"กรมสมเด็จพระเทพฯ" เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด พระบรมราชานุสาวรีย์

ราชสำนัก21 พ.ย. 2568 • 08:00 น.
"กรมสมเด็จพระเทพฯ" เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด พระบรมราชานุสาวรีย์

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 เวลา 15.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และอาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จฯ เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ พร้อมด้วย พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรีและอุปนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ , ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธีและประทับพระราชอาสน์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และนายฐากูร พานิช รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร แด่ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ตามลำดับ 

โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กราบบังคมทูลรายงานประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทั้งนี้ ทรงพระดำริให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ดำเนินการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติทั้ง 3 พระองค์ ที่ทรงมีคุณูปการต่อปวงชนชาวไทย ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน การพยาบาลและการสาธารณสุขของประเทศไทย โดยจัดสร้างอยู่ภายในพื้นที่โครงการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนต่อขยายเพิ่มเติมการให้บริการทางการแพทย์ ขนาด 400 เตียง โครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา

จากนั้น  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินออกจากพลับพลาพิธี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ไปยังลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีทหารเกียรติยศ ถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเจ้าพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นคำจารึก ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงคม จากนั้น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงคม

สำหรับพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศนายทหารพิเศษ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในพระราชอิริยาบถทรงยืน พระหัตถ์ขวาทรงถือพระคฑาจอมทัพภูมิพล พระหัตถ์ซ้ายทรงถือกระบี่และถุงพระหัตถ์ บนโต๊ะเคียงทอดพระมาลาทหารราชวัลลภสีขาวพู่สีดำ การหล่อด้วยเทคนิคโลหะทองแดง ขนาด 1.5 เท่าของพระองค์จริง ประดิษฐาน ณ ด้านหน้าอาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยการออกแบบอาคารประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ เป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์จากเอกลักษณ์ของพระมหาพิชัยมงกุฎในพระปรมาภิไธยย่อของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขภาพอนามัย ซึ่งพระองค์ทรงตระหนักว่าปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังพระราชดำรัสที่ว่า “...ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง...” ทรงริเริ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งงานด้านการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และบูรณาการส่งเสริมการแพทย์และสาธารณสุขไทยให้ทัดเทียมสากล พระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพอนามัยด้วยทรงมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยได้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงในทุกถิ่นฐาน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป การจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าอาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเป็นแรงบันดาลใจให้บุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษาของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ประจักษ์ในพระเกียรติคุณและดำเนินรอยตามพระยุคลบาทแห่งแนวพระราชดำริสืบไป

จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง ในการเสด็จฯ ไปยังลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ  อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อทรงประกอบพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ฯ ในการนี้ ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมพระรูป สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  โดยมีทหารเกียรติยศ ถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเจ้าพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นคำจารึก ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงคม จากนั้น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงคม

สำหรับ พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก อยู่ในพระราชอิริยาบถทรงยืน ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประทับพระเก้าอี้ทางเบื้องขวา การหล่อด้วยเทคนิคโลหะทองแดง ขนาด 1.5 เท่าของพระองค์จริง แท่นประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์ ออกแบบเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ผสมผสานศิลปกรรมตะวันตก จากแนวคิดที่ทั้งสองพระองค์ได้นำความรู้ด้านสาธารณสุขจากต่างประเทศมาพัฒนาการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทย โดย สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระองค์ทรงได้รับการยกย่องเป็น "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย"  และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติในฐานะ “พระมารดาแห่งการแพทย์ชนบท” พระราชานุสาวรีย์แห่งนี้ยังแสดงถึงความรัก ความผูกพัน และพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของทั้งสองพระองค์ ที่ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อการแพทย์และการสาธารณสุขของไทย นอกจากนี้ ลวดลายบนแท่นได้ออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์ของดอกนาร์ซิสซัสซึ่งเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งคนไทยทุกคนเทิดทูนพระองค์ท่านในฐานะสมเด็จย่า ทรงชื่นชอบ ด้านหลังแท่นประดิษฐาน มีแผ่นจารึกข้อความจากพระราชดำรัส สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ความว่า ขอท่านถือสุภาษิตว่า “ใจเขาใจเรา” ท่านอยากได้ความสบายแก่ตัวท่านอย่างไร ก็ควรพยายามให้ความสบายแก่คนไข้อย่างนั้น และหลักคำสอนของสมเด็จย่า "จงมีความนึกคิดและปฏิบัติ ในทางที่ดี ที่ถูก ที่เหมาะสม อยู่เสมอ" ทั้งนี้ พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานอยู่ ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นอาคารสูง 12 ชั้น ซึ่งใช้สำหรับจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างแพทยศาสตรบัณฑิตที่เป็นผู้นำและนักวิจัยทางวิชาชีพด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ การสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ตามพันธกิจการดำเนินงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมีอาคารหอพักนักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สูง 18 ชั้นตั้งอยู่ติดกัน

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง