ผู้ว่าฯปทุมธานีนำขรก.-ประชาชนล่องเรือ10 ลำร่วมพิธีพลีกรรมตักน้ำแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จัดทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 เม.ย. 2562 ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายเวทย์ พัฒนชัยวงษ์คูณ หัวหน้าศาลจังหวัดปทุมธานี นายธีรศักดิ์ เงยวิจิตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี นางดลวสา บุญเลิศ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดปทุมธานี นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายชาธิป รุจนสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ปลัดจังหวัดปทุมธานี ทหาร ตำรวจ และหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งนี้ก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีนำหัวหน้าส่วนราชการ เข้าอุโบสถวัดศาลเจ้าร่วมพิธีสวดมนต์เพื่อรับศีลเพื่อทำความบริสุทธิ์จิตใจ ก่อนที่จะประกอบ พิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก บริเวณแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ วัดศาลเจ้า อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
โดยวันนี้ได้ประกอบพิธีตามขั้นตอนต่างๆ เริ่มตั้งแต่ การถวายเครื่องราชสักการะพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10, การประกอบพิธีพราหมณ์บวงสรวงบูชาเทพยาดา เทพาอารักษ์ที่ดูแลปกปักรักษาสถานที่แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์, การประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์โดยใช้ที่ตักน้ำทองเหลือง ตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใส่ในขันสาครทองเหลือง จำนวน 14 ครั้ง เสร็จแล้วปิดฝาขันสาคร ห่อด้วยผ้าขาวผูกริบบิ้นขาว เชิญขันน้ำสาครจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นขบวนเรือ10ลำเคลื่อนออกจาก กลางแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดศาลเจ้า แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เดินทางไปยัง พระอุโบสถ วัดชินวรารามวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อนำน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ไปรอประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก ในวันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2562 และการประกอบพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก ในวันอังคารที่ 9 เมษายน 2562 ซึ่งทุกขั้นตอนจังหวัดปทุมธานี จัดอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ
ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าว่ว่า สำหรับแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดศาลเจ้า ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก เชื่อว่าเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าที่มีเจ้าพ่อนักรบถือทวนประดิษฐานอยู่ เชื่อเพราะว่า เมื่อก่อนนี้หน้าวัดศาลเจ้าในลำน้ำเจ้าพระยามีจระเข้ชุกชุมมากและทำร้ายผู้คนที่ผ่านไปมาเป็นประจำ เมื่อ "เจ้าน้อยมหาพรหม" เป็นบุตรเจ้าเมืองทางฝ่ายเหนือ เป็นผู้ที่มีวิชาความรู้ทางไสยศาสตร์ มีวิชาในการปราบจระเข้ได้มาพบเจ้าน้อยจึงใช้สมาธิร่ายเวทมนต์จนจระเข้เชื่อง และเป็นสถานที่ประลองวิชาระหว่างเจ้าน้อยกับพระอาจารย์รุ ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ที่วัดมะขามในหรือวัดมะขามน้อยใกล้ ๆ วัดศาลเจ้า ซึ่งพระอาจารย์รุมีวิชาไสยศาสตร์เหนือกว่าเจ้าน้อย ทำให้เจ้าน้อยมหาพรหมเกิดความเคารพนับถือเลื่อมใสในตัวพระอาจารย์รุเป็นอย่างยิ่ง จึงรื้อแพที่ล่องมาสร้างกุฏิ และศาลาการเปรียญให้กับวัดดังกล่าว ดังนั้น จึงถือว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตรงนี้ศักดิ์สิทธิ์ เรือแพผู้คนผ่านหน้าวัดจะวักน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตรงนี้ลูบหัวเรือ ลูบหน้ารดหัวของตัวเองเพราะถือว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตรงหน้าวัดศาลเจ้านี้เปรียบประดุจน้ำมนต์
พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา ปทุมธานี