กองทัพเรือซ้อมใหญ่เชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ไปจอดท่าราชวรดิษฐ์(ประมวลภาพ)
วันนี้ 30 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น. กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการซ้อมใหญ่การเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จาก อู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ไปจอดบริเวณท่าราชวรดิฐ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤษภาคม 2562 จากนั้นจะถูกใช้ในการเสด็จพระราชดำเนิน เลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้จัดในช่วงเสด็จพระราชดำเนินไปในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2562 กองทัพเรือได้จัดให้มีการฝึกซ้อมฝีพายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ณ อู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ก่อนจะอัญเชิญไปจอดบริเวณท่าราชวรดิฐ เป็นการถวายพระราชอิสริยยศเครื่องราชูปโภคตามโบราณราชประเพณี ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤษภาคม 2562 จากนั้นจะถูกใช้ในการเสด็จพระราชดำเนิน เลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดในช่วงเสด็จพระราชดำเนินไปในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2562
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นราชประเพณีคู่สังคมไทยมายาวนานโดยได้รับอิทธิพลจากคติอินเดีย แต่ลักษณะการพระราชพิธีแต่เดิมมีแบบแผนรายละเอียดเป็นอย่างไรไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แม้แต่การเรียกชื่อพิธีก็แตกต่างกันออกไปในแต่ละสมัย เช่น สมัยอยุธยา สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเรียกว่า “พระราชพิธีราชาภิเษก” หรือ “พิธีราชาภิเษก” ส่วนในปัจจุบันเรียกว่า “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ในส่วนของกองทัพเรือ ได้เตรียมการจัดเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เทียบท่าราชวรดิฐ ในการพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่าง 4 - 6 พฤษภาคม 2562 และจัดเรือพระราชพิธี จำนวน 52 ลำ ในงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
เดิม เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เป็นเรือพระที่นั่งขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายนก ปากแหลมยื่นยาว และมีเขี้ยว ส่วนลำคอยืดยาว ทอดลำตัวเป็นลำเรือ ต่อมาในรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้จัดเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ทรงพระบรมธาตุที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์เมื่อ พ.ศ.2370 ต่อมาเรือมีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณะ
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ลำปัจจุบัน เป็นเรือที่สร้างขึ้นใหม่ แทนเรือพระที่นั่งลำเดิม ที่ชำรุดจัดเป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง มีนาวาสถาปนิก (Naval Architect) ต่อเรือคือ พลเรือตรี พระยาราชสงคราม รน(กร หงสกุล) เริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาล ที่ 5 แล้วเสร็จประกอบพิธีอัญเชิญเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2454 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6ทรงพระราชทานนามว่า “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” ลักษณะตัวเรือ โขนเรือเป็นรูปหงส์ ไม้ลงรักปิดทองประดับกระจก ศิลปะรัตนโกสินทร์พุทธศตวรรษที่ 24 ท้องเรือ
ภายนอกทาสีดำ ภายในทาสีแดง มีความยาว 44.90 เมตร ความกว้าง 3.14 เมตร ลึก 0.90 เมตร กินน้ำลึก 0.41 เมตรหนัก 15.6 ตัน ปัจจุบันเก็บรักษาที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี กรมศิลปากร คลองบางกอกน้อย
การจัดกำลังพลประจำเรือในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ ใช้กำลังพล กองทัพเรือ จำนวน 64 คน ประกอบด้วย ฝีพาย 50 คน นายท้าย 2 คน นายเรือ 2 คน คนถือธงสามชาย 1 คน
พลสัญญาณ 1 คน คนเห่เรือ 1 คน และคนถือฉัตร 7 คน โดยจะมีการซ้อมย่อย วันที่ 26 เมษายน 2562ซ้อมใหญ่ วันที่ 30 เมษายน 2562 ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่าง 4 – 6 พฤษภาคม 2562 จะอัญเชิญขึ้นเก็บที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี กรมกศิลปากร คลองบางกอกน้อย ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 เพื่อเตรียมการจัดขบวนเรือพระราชพิธี ในการเสด็จเลียบพระนครทางชลมารค พร้อมกับการพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในช่วงปลายปี 2562 ต่อไป
สำหรับพระราชพิธีในครั้งนี้ได้เชิญบุษบกมาติดตั้งแทนบัลลังก์กัญญา ซึ่งเป็นองค์เดอมที่เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี บุษบก คือ ซุ้มยอดซึ่งมีหลังคาซ้อนชั้นเป็นยอดแหลม มีบันแถลงประดับโดยรอบ ซึ่งความหมายของบันแถลงนี้มีอยู่ว่า เป็นการจำลองอาคารหนึ่ง ๆ ด้วยการนำส่วนที่เรียกว่าหน้าบันมาซ้อนชั้นกันขึ้นไป โดยมากซ้อนกันสามชั้น หมายความว่า การประดับด้วยบันแถลงนี้ เป็นการจำลองอาคาร สะท้อนความหมายของเรือนฐานานุศักดิ์ หรือเรือนฐานันดรสูงได้เช่นกัน บุษบกเป็นเครื่องใช้ประกอบกับของสูงและของสำคัญมีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นบุษบกเล็กหรือบุษบกขนาดใหญ่ล้วนแล้วแต่ใช้ประกอบประดิษฐานของสูงของสำคัญทั้งสิ้น ดังที่ได้เห็นเช่นองค์พระแก้วมรกตก็ประดิษฐานในบุษบก พระพุทธสิหิงค์ก็ประดิษฐานในบุษบก สำหรับบุษบกขนาดใหญ่ก็จะเป็นที่ประทับขององค์พระมหากษัตริย์ เป็นงานที่ลงรักปิดด้วยทองคำเปลวแท้ ลงยาสีและประดับเพชรคริสตัลเพิ่มความสวยงามและมีคุณค่ายิ่งขึ้นไปอีก