- โฆษณา -

“อลงกรณ์” หนุน พ.ร.บ.สภาเอสเอ็มอี ปลดล็อกธุรกิจฐานราก ดันเงินสะพัด 3 แสนล้าน/ปี

SMEs10 เม.ย. 2569 • 19:20 น.
“อลงกรณ์” หนุน พ.ร.บ.สภาเอสเอ็มอี ปลดล็อกธุรกิจฐานราก ดันเงินสะพัด 3 แสนล้าน/ปี

“อลงกรณ์” หนุนร่าง พ.ร.บ.สภาเอสเอ็มอี ชี้ช่วยยกระดับผู้ประกอบการกว่า 3 ล้านราย เพิ่มสภาพคล่องเศรษฐกิจฐานรากกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี พร้อมเรียกร้องรัฐบาล-รัฐสภาร่วมผลักดัน

วันที่ 10 เม.ย.69 นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. และที่ปรึกษาสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เปิดเผยภายหลังการประชุมใหญ่ประจำปี 2569 ซึ่งมีมติเอกฉันท์ให้คุณสุปรีย์ ทองเพชร ดำรงตำแหน่งประธานสภาเอสเอ็มอีต่ออีกสมัยว่า ตนสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ พ.ร.บ.สภาเอสเอ็มอี อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นกฎหมายรองรับสถานะนิติบุคคลของสภาเอสเอ็มอีที่จะมีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมโครงสร้างและระบบการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมกว่า3ล้านกิจการซึ่งจะสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข็มแข็งยิ่งขึ้นและมีเม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นกว่า 300,000 ล้านบาทต่อปี

- โฆษณา -

โดยอดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ ยังแสดงความชื่นชมสภาเอสเอ็มอีที่มุ่งมั่นผลักดันร่างกฎหมายที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำธุรกิจผ่าน 4 จุดเด่น

1. Shattering Litigation Barriers: ทำลายกำแพงทางกฎหมายด้วยอำนาจการฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) โดยสภาเอสเอ็มอีจะเป็นผู้ฟ้องแทนสมาชิก แก้ไขสถิติการชนะคดีต่อทุนใหญ่ที่ปัจจุบันเกือบเป็น 0%

2. Unlocking Liquidity: การกำหนด Credit Term 45 วัน จะสร้างสภาพคล่องคืนสู่ระบบทันที 250,000 ล้านบาทต่อปี ลดช่องว่างเมื่อเทียบกับประเทศผู้นำอย่างสิงคโปร์ที่อยู่ที่ 29 วัน

3. Definition Revolution: เปลี่ยนนิยามใหม่ให้ครอบคลุมธุรกิจสมัยใหม่ เช่น Startup และ Green SMEs โดยใช้เกณฑ์ "หรือ" แทน "และ" เพื่อไม่ให้ใครตกหล่นจากสิทธิการช่วยเหลือ

4. Market Guarantee: การันตีสัดส่วนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 30% ให้กับ SME ที่แท้จริง (Independent SMEs)

“ผมและทีมที่ปรึกษาสภาเอสเอ็มอี.ขอเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ครม. สภาผู้แทนฯ วุฒิสภาและทุกพรรคการเมืองสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้”

ด้านนายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาเอสเอ็มอี กล่าวขอบคุณทีมที่ปรึกษาที่จะขับเคลื่อนร่างพรบ.สภาเอสเอ็มอี.นำโดย นายอลงกรณ์ พลบุตร รศ.ดร.เอกพร รักความสุขซึ่งจะเข้ามาดูแลการประสานงานกับ 34 หน่วยงานภาครัฐเพื่อผลักดันกฎหมายฉบับนี้รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเพื่อลดภาระและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ SMEs ตามแนวทางของ OECD

พร้อมย้ำว่า สภาเอสเอ็มอีอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการ 10,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ. ต่อสภานิติบัญญัติในฐานะกฎหมายภาคประชาชน โดยคาดว่าจะยื่นได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้

"ทั้งนี้ สภาเอสเอ็มอีขอเชิญชวนภาคีเครือข่ายร่วมลงชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. และติดตามความคืบหน้าได้ทาง FB: Thai SMEs Council และ Line OA: Thai SMEs Council" นายสุปรีย์ กล่าว