'สามารถ' ฉะ 'ไอติม' ข้ามขั้นตอนกฎหมาย ไร้จริยธรรม สส. เตือนหอกพุ่งหาเจ้าของ

โซเชียล28 ก.ค. 2569 • 16:22 น.
'สามารถ' ฉะ 'ไอติม' ข้ามขั้นตอนกฎหมาย ไร้จริยธรรม สส. เตือนหอกพุ่งหาเจ้าของ

วันที่ 28 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า ‘สามารถ’ สวนกลับ ‘ไอติม’ อย่าใช้ปากตีกินรายวัน ฉะข้ามขั้นตอนกฎหมาย-ไร้จริยธรรม สส. เตือนสติลืมดูสีส้ม ระวัง ‘หอกพุ่งหาเจ้าของ’ ชี้หากไร้น้ำยาใช้กลไกสภาฯ ควรลาออก

​ยันนายกฯ เดินทางไปโรงแรมเป็นสิทธิ ชี้ไร้หลักฐานสั่งการฮั้ว สว. งัด รธน. ม.210 (3)-ม.170-ม.82 และ ม.3 วรรคสอง จี้เลิกเลือกปฏิบัติ ฟาดกลับกระบวนการจัดตั้ง สว. สีส้ม ย้อนดูคำพูด ‘ธนาธร’ ย้ำหากไม่รู้จักหน้าที่ สส. ควรลาออกไปพูดในฐานะประชาชน

​ผมเห็นคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือคุณไอติม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาขยี้ข่าวรายวันเรื่องฮั้ว สว. แล้วพยายามลากท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กับคุณสุขสมรวย วันทนียกุล เข้าไปเกี่ยวข้องแล้ว ผมบอกตรงๆ ในฐานะคนที่เคยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม และทำงานร่วมกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมา ผมเห็นแล้วมันอดไม่ได้จริงๆ ครับ

​สิ่งที่คุณพริษฐ์ ออกมาพูดทุกวันเนี่ย มันสะท้อนเลยว่าคุณพริษฐ์ “ไร้จริยธรรมของความเป็น สส.” และ “ขาดความเข้าใจทั้งหลักรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และหลักนิติธรรม” อย่างสิ้นเชิง

​วันนี้ผมขอผ่าข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และหลักการเมือง ให้พี่น้องประชาชนได้ฟังชัดๆ เป็นข้อๆ ครับ

​1. รู้จักหน้าที่ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับสภาฯ บ้างไหม

รัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ชัดเจน ฝ่ายค้านมีกลไกตรวจสอบเต็มมือ แต่คุณกลับไม่ยอมใช้

​เรื่องอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและการยื่นถอดถอน (รธน. มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 170 และมาตรา 82)

โดยที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า “ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ” ประกอบกับ มาตรา 170 วรรคสาม ที่ให้นำ มาตรา 82 มาใช้บังคับเรื่องความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ระบุไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก... เพื่อส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย”

นั่นหมายความว่า หากคุณพริษฐ์สงสัยว่าท่านนายกฯ หรือรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม หรือมีปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 170 คุณก็ใช้ สส. พรรคสีส้มที่มีอยู่เป็นร้อยคน แค่ 50 คน (1 ใน 10 ของสภา) เข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจพิจารณาตามมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) ได้ทันที! แต่ทำไมคุณพริษฐ์ไม่ยอมทำครับ?

​เรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ (รธน. มาตรา 151):

รัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ระบุไว้ชัดเจนว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ” นี่คือเครื่องมือซักฟอกรัฐบาลที่เด็ดขาดที่สุด ให้ฝ่ายค้านได้ระบุตัวบุคคล นำพยานหลักฐานมาตีแผ่และลงมติในสภาฯ แต่ในสมัยประชุมที่ผ่านมา พรรคสีส้มกลับ ไม่เคยยื่นเลยแม้แต่ญัตติเดียว

แล้ว​เรื่องการยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ (รธน. มาตรา 152):

โดยที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ระบุไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ” ช่องทางนี้ใช้ซักถามและสะท้อนข้อสงสัยการบริหารราชการแผ่นดินได้โดยตรง แต่คุณพริษฐ์ก็ไม่ยอมใช้อีก

ส่วนหยิบยก​เรื่องกระทู้ถาม ออกมาท้าท่านนายกฯ ให้มาตอบกระทู้รายวัน อยากถามว่าคุณพริษฐ์ควรไปอ่านข้อบังคับสภาฯ มาใหม่นะ ท่านนายกฯ มีภารกิจบริหารราชการแผ่นดินเพื่อบ้านเมือง เขามีสิทธิ์มอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบแทนได้ ไม่ใช่ต้องมานั่งรอตอบกระทู้ถามตีกินของคุณพริษฐ์

​2. ในทางหลักรัฐศาสตร์ การไปโรงแรมพลูแมนมันผิดตรงไหน?

โรงแรมพูลแมนเป็นสถานที่สาธารณะ ใครเขาก็ไปกันได้ คุณไม่มีหลักฐานสักชิ้นว่าท่านนายกฯ ไปสั่งฮั้ว สว. แต่เอามาผูกเรื่องตีกินรายวัน เพื่อให้คนที่ไม่รู้ข้อมูลเข้าใจผิด ทำลายความรู้สึกของประชาชนที่เลือกท่านอนุทิน เลือกคุณสุขสมรวย และเลือกพรรคภูมิใจไทย นี่มันจริยธรรมของนักการเมืองแบบไหนครับ?

​3. “หอกพุ่งหาเจ้าของ” และหลักนิติธรรม (รธน. มาตรา 3 วรรคสอง)

โบราณเขาว่าไว้ “หอกพุ่งหาเจ้าของ” หรือ “ว่าแต่เขา อีหน่าเป็นเอง” หมายถึงคนที่ชอบทำอะไรไว้ตั้งใจจะทำร้ายคนอื่น สุดท้ายเรื่องนั้นมันจะย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง

​รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม” ซึ่งหัวใจของหลักนิติธรรมคือ "ความเสมอภาคทางกฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ"

​คุณพริษฐ์กำลังกางตำราไล่บดขยี้แต่สิ่งที่เรียกว่า "สว. สีน้ำเงิน" แต่แกล้งทำเป็นหลับตาข้างเดียว มองไม่เห็น "สว. สีส้ม" ในเครือข่ายตัวเอง ทั้งที่ประชาชนเขารู้กันทั้งประเทศว่า สว. สายสีส้มก็มีการจัดตั้ง นัดประชุม ตกลงวางตัวโหวตเหมือนกัน พอ สว. สอบตก สุดท้ายก็ขยับมาเป็น สส. สีส้มก็มีให้เห็น

​ย้อนไปดูคำพูดและจิตวิญญาณที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยหาเสียงไว้สิครับ เขายกเรื่องการเมืองใหม่ โปร่งใส พร้อมถูกตรวจสอบ แต่พอมาถึงยุคคุณพริษฐ์ กลับเลือกปฏิบัติ ถ้าคุณจะตรวจคนอื่น แต่ปกป้องพวกตัวเอง มันขัดมาตรา 3 วรรคสอง และหอกเล่มนี้แหละครับมันจะพุ่งกลับไปปักอกพวกคุณเอง

​ถ้าคุณพริษฐ์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และ สส. ไม่รู้จักใช้กลไกสภาฯ ไม่เคารพข้อบังคับสภาฯ ไม่ดำเนินกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ละทิ้งหลักนิติธรรม และดีแต่เอาปากมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวตีกินรายวันแบบนี้

​ผมแนะนำด้วยความหวังดีเลยครับ ให้ลาออกจากประธานวิปฝ่ายค้าน ลาออกจาก สส. แล้วออกมาเคลื่อนไหวสู้ในฐานะประชาชนธรรมดาเสียดีกว่า อย่าใช้คราบ สส. และเวทีสภาผู้แทนราษฎรมาทำให้ประชาชนสับสนแบบนี้เลยครับ