- โฆษณา -

“ดร.ปณิธาน” ชี้เหตุป่วนใต้ สะท้อนรัฐ “ปักหมุดกองกำลัง” ล้มเหลว จี้ปรับโครงสร้างยกระดับเชิงรุก

โซเชียล24 ส.ค. 2569 • 08:21 น.
“ดร.ปณิธาน” ชี้เหตุป่วนใต้ สะท้อนรัฐ “ปักหมุดกองกำลัง” ล้มเหลว จี้ปรับโครงสร้างยกระดับเชิงรุก

วันที่ 24 ส.ค.69 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และการต่างประเทศ โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn ระบุว่า “สามมิติพิศวง” ของความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้​ (ตอนที่​ 2/2 : ส่วนที่ 1/3)

1. มิติแรก​: การ​ "ปักหมุดกองกำลัง" ของรัฐ

- โฆษณา -

1.1) การวางกำลังและใช้กำลังของรัฐ​ เพื่อรักษาความสงบและอำนวยความปลอดภัย​ ทั้งโดยฝ่ายทหาร​ ตำรวจ​ และอาสาสมัคร​ในพื้นที่จชต.นั้น​ มีปัญหามาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง​ ในบางช่วงมีการส่งกำลังพลลงพื้นที่เป็นจำนวนมาก​ ในบางช่วงก็ขาดแคลนกำลังพลในบางลักษณะ​ ในบางช่วงกำลังพลในพื้นที่ก็ล้มเหลวในการปฏิบัติการรักษาความสงบ​หรือผิดพลาดร้ายแรงบางประการ​ทำให้เกิดเงื่อนไขหรืออุปสรรคในการอำนวยความยุติธรรม​

แต่ในบางช่วงเวลา​ กองกำลังของรัฐ​ ที่ใช้งบประมาณมากกว่า​ 1 แสนล้านบาทในรอบ​ 23 ปีที่ผ่านมา​ ก็​สามารถป้องกันเหตุร้าย​และลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์​ความไม่สงบลงได้​ แต่ก็ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของผู้บังคับบัญชาบางคน​ หรือของกองกำลังเฉพาะกิจในบางช่วงเวลา ที่สามารถปฏิบัติการร่วมกันได้​ แต่ไม่ใช่ด้วยระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัย​ที่ดีหรือด้วยโครงสร้างของกำลังพลที่เหมาะสมหรือยั่งยืนเป็นหลักแต่ประการใด

1.2) ล่าสุด​ ดูเหมือนกับจะเกิดปัญหาในการรักษาความสงบเรียบร้อยมากขึ้น​ไปอีก​ เช่น​ ในช่วงวันที่​ 22-23 สิงหาคม​ที่ผ่านมานี้​ เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบกว่า​ 100 จุด​ในพื้นที่เกือบ​ 30 อำเภอ​ (ที่จ.​นราธิวาส​ 60 จุด​ ที่จ.ยะลาเกือบ​ 30 จุด​ และที่จ.ปัตตานีเกือบ​ 15 จุด)​ โดยเป็นการวางระเบิด​กว่า​ 30 แห่ง เผาทำลาย​ทรัพย์สินและลอบวางเพลิงเกือบ​ 60 แห่ง​ ลอบยิง​ 1 แห่ง​ รวมทั้งพ่นสีสเปรย์ก่อกวน​อีกหลายแห่ง มีประชาชนได้รับบาดเจ็บนับสิบราย​ อาคารสถานที่ราชการเสียหายนับสิบแห่ง​ ​ทรัพย์สิน​ทางราชการเสียหายกว่าห้าสิบรายการ​ (เช่น​ ที่ทำการเทศบาล​ รถยนต์​ รถแบคโฮ​ รถไถ​ รถดับเพลิง​ รถขยะ​ รถกู้ภัย​ รถกระเช้า​ กล้องวงจรปิด​ เสาไฟฟ้า​ หม้อแปลงไฟ​ และถนนที่ถูกเผาทำลายด้วยยางรถยนต์) ภาคเอกชนได้รับผลกระทบอีกกว่าสิบราย​ ทรัพย์สิน​เสียหายเกือบยี่สิบรายการ​ (เช่น​ วางระเบิดโรงเรียน​ ปล้นร้านสะดวกซื้อ​ เผาโรงงานยางพารา​ โรงไม้​ สถานีขนส่ง​ สนามฟุตบอล​ เสาสัญญาณ​โทรศัพท์​ ป้ายโฆษณา)​

ที่สำคัญ​ เหตุร้ายทั้งหมดนี้​ เกิดขึ้นในห้วงเวลาต่อเนื่องจากการเหตุร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนก่อนหน้านี้​ และอยู่ในช่วงที่มีการวางกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น​ มีการยกระดับการปฎิบัติ มีการปิดล้อม​ตรวจค้น​และบังคับใช้กฏหมายของฝ่ายรัฐ​ และอยู่ภายใต้การสั่งการและการควบคุมกำกับของหน่วยบังคับบัญชาและของฝ่ายการเมืองอย่างใกล้ชิด​ แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายได้

การ​ปฎิบัติการก่อความไม่สงบแบบ "สวนกลับ" ของกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่​ ที่สวนทางหรือ​ "ย้อนศร" กับการปฎิบัติการของกองกำลังของรัฐ​ในพื้นที่กว่า​ 100 จุด​นี้​ เป็นความ​ "ผิดปกติที่ไม่ธรรมดา" บ่งบอกถึงศักยภาพ​ที่เพิ่มขึ้นของกองกำลังติดอาวุธในการก่อการร้าย​ บ่งบอกว่ากลุ่มผู้ก่อการ​ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย​ ​เห็นช่องว่างหรือจุดอ่อนของฝ่ายความมั่นคงเป็นอย่างดี​ และได้ฉวยโอกาสปฏิบัติการก่อการร้ายได้สำเร็จ​ สะท้อนถึงการเตรียมการและการวางแผนมาที่ซับซ้อน และบ่งบอกว่า​การปฎิบัติการ​ "​ร่วมเฉพาะกิจ" ในครั้งนี้​ มีการซักซ้อมมาพอสมควร​ สามารถหลบซ่อนการติดตามหรือเฝ้าระวังของฝ่ายรัฐหรือฝ่ายการข่าวของรัฐได้ดี​ และที่สำคัญ​ ทำให้เห็นว่า​การวางกำลังหรือ​ "ปักหมุด" ของฝ่ายรัฐในพื้นที่เป้าหมายเพื่อรักษาความสงบและปลอดภัยให้ประชาชน​นั้นยังล้มเหลว แม้ว่าความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินโดยรวมไม่ได้สูงอย่างน่าตกใจ​ แต่ก็ส่งผลกระทบไม่น้อยต่อภาพลักษณ์​ของประเทศและต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อฝ่ายรัฐ​และรัฐบาล

1.3) ปัญหาของฝ่ายรัฐในการรักษาความสงบที่ปรากฏต่อประชาชน​ โดยเฉพาะของคนที่อยู่ในพื้นที่​ หรือคนที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดนั้น​ อาจจะไม่ได้พิศวง​หรืองงงวยเหมือนประชาชนทั่วไปนอกพื้นที่แต่อย่างใด เหตุเพราะมีความชัดเจนในเรื่องของสาเหตุหรือปัญหาของฝ่ายรัฐหลายประการ เช่น​ เรื่องการหาข่าว​หรือการใช้ข่าวที่ล้มเหลว​หรือไม่มีประสิทธิภาพ​ (ในรอบเดือนนี้​ เป็นห้วงเวลาที่มีความสำคัญในเชิงสัญญลักษณ์​ของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน​ ซึ่งทำให้มีแนวโน้มว่าจะมีการก่อเหตุร้าย)​ การวางกำลังป้องกันเหตุร้าย​ของฝ่ายความมั่นคงที่ไม่เหมาะสม​ การบังคับใช้กฎหมาย​ที่ไม่เข้มข้นหรือไม่เป็นธรรม ​การโยกย้ายสลับกำลัง​พล​ที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง​ ตลอดจนความขัดแย้งของฝ่ายการเมืองท้องถิ่น​ที่รุนแรงขึ้น ขบวนการอาชญากรรม ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ที่เข้มแข็งขึ้น หรือความเห็นต่างของหลายหน่วย​งานที่ทำให้เกิดช่องว่างหรือสูญญากาศ​ในการทำงานที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งปัญหาการควบคุมพรมแดน​กับเพื่อนบ้านที่ไม่เกิดผลจริงจัง​ เป็นเพียงแต่เป็นคำมั่นสัญญา​หรือลมปากของเพื่อนบ้านแต่อย่างเดียว

ที่สำคัญ​ การกำหนดนโยบายและการขับเคลื่อนกลไกในการแก้ปัญหาจชต.ของฝ่ายรัฐ​ในระดับนโยบายและโดยเฉพาะของกรรมการผู้แทนพิเศษเมื่อวันที่​ 11 สิงหาคมที่ผ่านนี้​ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี​และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการแก้ไขปัญหาของจชต.นั้น​ อาจจะพลาดโอกาสสำคัญในการกระตุ้นเตือนให้หน่วยงาน​ความมั่นคงให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนกับการป้องกันเหตุร้าย​ที่มีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดขึ้น แต่ที่ประชุมฯ​ ในวันนั้น​ กลับให้ความสำคัญในเรื่อง​การศึกษา​ คุณภาพชีวิต​ ความมั่นคง​ตามแนวชายแดน​ และการสื่อสารที่เป็นเอกภาพ​เป็นพิเศษ​ ซึ่งก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญในการแก้ปัญหาในจชต.อยู่แล้ว แต่ที่ประชุมฯ​ ไม่ได้ใช้โอกาสสำคัญนั้น​ เน้นย้ำการป้องกันเหตุร้าย​หรือการปฎิบัติ​การเชิงรุกในพื้นที่​ รวมทั้งการดำเนินการทางการทูตกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นพิเศษแต่อย่างใด​ ทำให้มีคำถามตามมาหลายประการในการทำงานของคณะกรรมการฯ​ และของฝ่ายการเมือง​

เมื่อเกิดเหตุร้ายดังกล่าวขึ้นแล้ว​ จึงได้มีการสั่งการของนายกรัฐมนตรี​ ให้ดำเนินการป้องกันเหตุร้ายในขั้นสูงสุด​และให้มีการดำเนินการด้านการทูตกับประเทศ​เพื่อนบ้านเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือใช้เป็นพื้นที่พักพิง​ ซึ่งเป็นการสั่งการหรือเน้นย้ำหลังเหตุการณ์​ร้ายได้เกิดขึ้นแล้ว​ และเกิดขึ้นซ้ำในระยะเวลาติดต่อกัน ไม่ได้เป็นการดำเนินการเชิงรุกหรือเชิงป้องกันแต่อย่างใด​ ดังนั้น​ จึงสรุปได้ว่า​ รัฐบาลยังไม่ประสบความสำเร็จในการสนับสนุนให้ ฝ่ายความมั่นคง​ "ปักหมุดกองกำลัง" เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่​ และมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงโครงสร้าง​ การดำเนินการ​ รวมทั้งปรับเปลี่ยน​ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมขึ้น​ และให้ยั่งยืนถาวรเป็นระบบให้ได้

* รับฟังรายละเอียด​เพิ่มเติมได้ในคลิปรายการข้างล่างครับ

** ติดตาม​ “สามมิติพิศวง” ของความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้​ (ตอนที่​ 2/2 : ส่วนที่ 2/3) - มิติที่สอง​: "ฝ่ายเห็นต่าง​ -​ ถอนหมุดความเข้มแข็งของสังคม" (ขบวนการผิดกฎหมายและค้ายาเสพติด​สามารถก่อสงครามก่อการร้ายกว่า​ 100 จุดได้จริงหรือไม่?)​ได้ในโพสต์ต่อไปครับ​ ขอบคุณ​ครับ