กรมพลศึกษาดึงผู้ทรงคุณวุฒิร่วมร่างกฎหมายวิชาชีพกีฬา

กีฬา9 มิ.ย. 2560 • 10:07 น.
กรมพลศึกษาดึงผู้ทรงคุณวุฒิร่วมร่างกฎหมายวิชาชีพกีฬา
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ที่ห้องประชุมราชาวดี โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน นางสาวดารณี ลิขิตวรศักดิ์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เพื่อประกอบการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. .... โดยมีนายพัชระ ตั้งพานิช ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงผู้แทนสมาคมกีฬาต่างๆ ร่วมประชุม กรมพลศึกษา โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา จัดการประชุมประชุมรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง ที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. .... จำนวน 7 ฉบับ โดยได้รับความกรุณาจากมูลนิธิสถาบันวิจัยกฎหมาย มีนายสุรพล ทิพย์เสนา เป็นหัวหน้าโครงการการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ ได้เชิญทุกภาคส่วนในวงการกีฬา ประกอบด้วย การกีฬาแห่งประเทศไทย สถาบันการพลศึกษา สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาต่างๆ และผู้แทนผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา จำนวน 50 คน เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมรับ สำหรับการประชุมรับฟังความคิดเห็น เพื่อประกอบการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. .... ในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในวงการกีฬาของประเทศไทยไทย ได้รับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมประชุม เสนอให้มีการแก้ไขข้อความและเนื้อหาบางส่วนให้มีความหมายที่ชัดเจน เข้าใจง่าย รวมถึงปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วนให้เหมาะสม เพื่อการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองที่ถูกต้องและครบถ้วน อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และวงการกีฬาไทย นางสาวดารณี ลิขิตวรศักดิ์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า “การจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. .... อยู่ในระหว่างการเสนอตามกระบวนการนิติบัญญัติ ซึ่งกฎหมายลำดับรองจึงมีความสำคัญในกระบวนการตรากฎหมาย เนื่องจากเป็นหลักเกณฑ์กลไกในการบังคับ และวิธีดำเนินการต่าง ๆ รวมถึงหลักการการใช้อำนาจและทิศทางการใช้อำนาจให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. .... ดังนั้นการผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายลำดับรอง จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่จะทำให้คนกีฬาร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนและผลักดันร่างพระราชบัญญัติและร่างกฎหมายลำดับรอง ให้ประสบความสำเร็จ”