"ฐากร" ชี้ "กองทุนพัฒนาศก.ดิจิทัลหมู่บ้าน" ปชช.ได้ประโยชน์

เทคโนโลยี-ไอที18 ก.ค. 2565 • 10:35 น.
"ฐากร" ชี้ "กองทุนพัฒนาศก.ดิจิทัลหมู่บ้าน" ปชช.ได้ประโยชน์

วันที่ 18 ก.ค.65  นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) โพสต์เฟซบุ๊ก Takorn Tantasith ระบุข้อความว่า ..

ขยายความ “ กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลหมู่บ้าน“

บทความเรื่อง “กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลหมู่บ้าน” ที่โพสต์ลงไปวานนี้ ผมขอขยายความเพิ่มเติมถึงแนวคิดดังกล่าวว่า

ไม่ใช่เป็นการเก็บภาษีจากประชาชน แต่เป็นการเก็บค่าใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมจากแพลตฟอร์มต่างชาติ

ดังนั้น ผู้ใช้บริการหรือคนไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะได้รับโอกาสเพิ่มขึ้น

ผมขอเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า เหตุใดจึงต้องเรียกเก็บเงินดังกล่าว

แพลตฟอร์มต่างชาติเหล่านี้เปรียบเสมือนเป็นรถต่างประเทศมาวิ่งบนถนนในประเทศไทย พร้อมกับนำสินค้าหลาย ๆ ชนิดมาขาย ขายดีมีรายได้มากจนส่งผลกระทบให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง ตกงานกันไปเป็นจำนวนมาก

ประเทศเราต้องจัดเก็บเงินกับรถคันนี้หรือไม่ ในเมื่อรถคันนี้ได้ใช้ทรัพยากรทุก ๆ อย่างของประเทศเราในการค้าขาย ทั้งถนน ไฟฟ้า เป็นต้น และยังทิ้งของเสียส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

อาจมีผู้แย้งว่า รถคันนี้ได้สร้างงาน สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับคนไทยด้วยเช่นกัน เช่น Content Creator, YouTuber แต่รายได้เหล่านี้เจ้าของ Platform เป็นผู้กำหนดและมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ

ขณะที่สินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายและกระจายให้คนไทยช่วยขาย บริษัทไทยหรือคนไทยเมื่อขายของได้ก็ต้องจ่ายภาษีให้กับประเทศไทย

คำถามก็คือถ้าเราจะไม่จัดเก็บเงินจากรถต่างประเทศคันนี้ เราจะเอาเงินจากไหนมาบำรุงรักษา ปรับปรุง ซ่อมแซม ขยายถนนใหม่ ๆ

เงินที่เราจัดเก็บจากรถคันนี้จะนำเงินเข้า ”กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล “ ซึ่งกองทุนนี้จะถูกขับเคลื่อนโดยภาคประชาชน ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมีหน้าที่เพียงกำหนดนโยบายและกระจายเงินลงสู่หมู่บ้าน โดยมีคณะกรรมการกองทุนระดับหมู่บ้านภาคประชาชนมาบริหาร

หมู่บ้านทั้งหมดจะเปรียบเสมือนเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่จำนวน 72,035 หน่วย ที่จะผลักดัน ขับเคลื่อน สร้างทักษะ สร้างอาชีพใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ

ทุกๆ ท่านลองคิดดูนะครับ ถ้าเรามีเครื่องจักรขนาดใหญ่จำนวนมากขนาดนี้ การขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในประเทศจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน กองทุนนี้จะเติมเงินให้หมู่บ้านทุกๆ ปี โดยสรุปประชาชนทุกคนจะได้ประโยชน์จากกองทุนนี้