"หมอเจตน์"ชี้ขึ้นภาษีน้ำหวานหวังคนไทยลดบริโภคน้ำตาลหนีห่างเสี่ยงโรคร้าย "เบาหวาน-ไขมันสูง"
"หมอเจตน์"ชี้ขึ้นภาษีน้ำหวานหวังคนไทยลดบริโภคน้ำตาล หนีห่างเสี่ยงโรคร้าย "เบาหวาน-ไขมันสูง"ยันไม่กระทบผู้ประกอบการ แนะ สธ.-สสส.เร่ง ปชส.เจตนารมณ์กฎหมายเพื่อให้คนไทยสุขภาพดีทั่วหน้ายั่งยืน
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงพ.ร.บ.สรรพสามิตฉบับใหม่ หรือภาษีความหวาน ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ว่า การปรับขึ้นภาษีดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูประบบสุขภาพ โดย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และ ครม.ต่างเห็นด้วยและสนับสนุนการออกพ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะต้องการลดการบริโภคน้ำตาล ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคหลายประการทั้งเบาหวาน ไขมันสูง โดยเฉพาะรัฐบาลต้องการให้คนไทยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลโรคภัย นอกจากนี้ยังช่วยลดค่ารักษาพยาบาล ซึ่งในแต่ละปีต้องใช้งบประมาณสูงมาก ทั้งนี้ได้เห็นตัวอย่างบางประเทศ เช่นญี่ปุ่นน้ำผลอัดลมหรือผลไม้มีรสจืด จึงทำให้คนญี่ปุ่นมีสุขภาพที่แข็งแรง นอกจากนี้ภาษีน้ำหวานไม่ได้มีการปรับขึ้นภาษีมานานแล้ว ซึ่งการขึ้นภาษีน้ำอัดลม น้ำผลไม้ จาก 20-25 เปอร์เซ็นต์ปรับเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ถือว่าไม่มาก
“ความคาดหวังของกฎหมายฉบับดังกล่าวเพราะต้องการให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี ลดการบริโภคน้ำตาลที่น้อยลง เพราะฉะนั้นเชื่อว่ากฎหมายดังกล่าวมีผลดีมากกว่าผลเสีย และไม่มีผลอะไรต่อผู้ประกอบการ หากปรับลดส่วนผสมของปริมาณน้ำตาลลดลง ก็จะไม่เสียภาษีเพิ่ม และคนไทยก็จะบริโภคน้ำตาลน้อยลงด้วย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ควรต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและทุกฝ่ายเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร และประโยชน์ที่จะได้รับด้วย”นพ.เจตน์ กล่าว