“PPPGC” จับมือ "เอสเอพี" ยกเครื่องไอทีสู่ระบบคลาวด์ เพิ่มขีดความสามารถองค์กร ยกระดับธุรกิจน้ำมันปาล์ม
PPPGC ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง 3 ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศไทย ได้แก่ กลุ่มบริษัทท่าฉางอุตสาหกรรม บริษัทพีทีจี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อาร์.ดี. เกษตรพัฒนา จำกัด โดยที่ผ่านมาองค์กรได้มุ่งมั่นในการทำ Business Transformation ต่อเนื่องด้วยเป้าหมายในการเป็น “ปาล์มคอมเพล็กซ์” ชั้นนำของประเทศไทย ตลอดจนเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม ผลิตน้ำมันสำหรับประกอบอาหาร และไบโอดีเซล ที่ดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการและยั่งยืน เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น และกระบวนการทางธุรกิจต่างๆ ทวีความซับซ้อนมากขึ้น PPPGC ตระหนักว่า บริษัทต้องเริ่มปรับเปลี่ยนโดยนำนวัตกรรมรวมถึงเทคโนโลยีนำสมัยต่างๆมาใช้ เพื่อปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19
นายชัยทัศน์ วันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายหลักในการดำเนินธุรกิจที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ การเพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่ง ผ่านการเพิ่มผลิตภาพและผลกำไรของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ซึ่งในมุมมองของบริษัทฯ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารระบบปฏิบัติการขององค์กรถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้มีผลผลิตมากขึ้น รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”
“ก่อนหน้านี้ ระบบปฏิบัติการและการดำเนินงานส่วนใหญ่ในองค์กรจะทำงานแยกส่วน เป็นแบบแมนนวล และไม่เห็นภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โจทย์ที่เราต้องแก้ คือการบูรณาการข้อมูลต่างๆ ขององค์กรที่กระจัดกระจายไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว และจะต้องปรับปรุงระบบปฏิบัติการให้ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน”
โดยจากการเริ่มต้นใช้งาน SAP S/4HANA ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ ERP อัจฉริยะของ เอสเอพี เมื่อเร็วๆนี้ ทำให้ PPPGC สามารถผสานรวมข้อมูลองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมสำหรับการตัดสินใจและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ นายชัยทัศน์ ระบุว่าการดำเนินงานของบริษัทมีความคล่องตัวมากขึ้น และกระบวนการต่างๆได้รับการปรับปรุงให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
"การลงทุนใช้ SAP S/4HANA นับเป็นก้าวสำคัญของบริษัทฯ ภายใต้กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงสู่ธุรกิจดิจิทัล ด้วยแพลตฟอร์ม ERP ที่แข็งแกร่ง ทำให้ตอนนี้ PPPGC สามารถปรับปรุงมาตรฐานและขั้นตอนการปฏิบัติงานของเราให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ เรายังใช้เทคโนโลยีของ เอสเอพี มาวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะมีข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ ที่สำคัญ เทคโนโลยีของ เอสเอพี ทำให้กระบวนการทำงานในองค์กรดำเนินงานได้แบบอัตโนมัติ เพิ่มความโปร่งใสในห่วงโซ่คุณค่า ประเมินกระบวนการดำเนินงานได้ทันทีและทำให้เรามั่นใจได้ว่า ทั้งการผลิตและการจัดหาน้ำมันปาล์มนั้น มีความยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ"
ทั้งนี้ ฟูจิตสึ ได้รับการแต่งตั้งให้ทำงานร่วมกับ PPPGC สำหรับติดตั้งระบบ SAP S/ น.ส.กนกกมล เลาหะบูรณะกิจ หัวหน้าฝ่ายขาย ของบริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ประสบการณ์ที่ยาวนานของ ฟูจิตสึ ในการติดตั้งระบบของ เอสเอพี ช่วยให้ PPPGC รันโซลูชั่น SAP S/4HANA บนคลาวด์ Microsoft Azure ได้อย่างราบรื่น โดย PPPGC จะสามารถใช้ระบบการวิเคราะห์ขั้นสูง แมชชีน เลิร์นนิ่ง และวิทยาการข้อมูล (Data Science) ต่างๆภายใต้ SAP S/4HANA เข้ามาเพิ่มความคล่องตัวในระบบการทำงานของห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดซื้อ การผลิต การเงิน ไปจนถึงการขาย แน่นอนว่าการลงทุนในแพลตฟอร์มไอที SAP S/4HANA จะทำให้ PPPGC เตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคตด้วยความสามารถในการพัฒนาโมเดลธุรกิจและส่งมอบบริการใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า”
นายเอทูล ทูลิ กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี อินโดไชน่า กล่าวว่า “เอสเอพี มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับ PPPGC ในการนำเสนอโซลูชั่นเพื่อสร้างอุตสาหกรรม โลก และสังคมที่ยั่งยืน แม้ PPPGC จะอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ มากมาย แต่ในการดำเนินการครั้งนี้ PPPGC สามารถย้ายปริมาณงานทั้งหมดไปยังระบบคลาวด์ได้ในเวลาเพียง 6 เดือน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ PPPGC ได้เลือกพาร์ทเนอร์กับ เอสเอพี เพื่อเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะหรือ Intelligent Enterprise”