โมดิฟาย “กสอ.”สร้างระบบ SMEs Ecosystem ส่งเสริม-พัฒนา SMEs ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม

เทคโนโลยี-ไอที26 พ.ย. 2562 • 11:08 น.
โมดิฟาย “กสอ.”สร้างระบบ SMEs Ecosystem ส่งเสริม-พัฒนา SMEs ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดทัพใหม่เตรียมปรับระบบการให้บริการผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ทั้งองคาพยพ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีตามนโยบาย Thailand 4.0 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราในทุกด้าน ทั้งการทำงาน การเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะการซื้อสินค้าออนไลน์ จากข้อมูลสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)หรือ ETDA ระบุว่า ในปี 2561 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีมูลค่าสูงถึง 3,150,232.96 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยคาดว่าเติบโตขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 22 จากมูลค่ามหาศาลนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จึงต้องมีการปรับตัว เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดย กสอ.เป็นหน่วยงานสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้ปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งสร้างโอกาสทางการตลาดและก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดย กสอ.ได้มีการปรับปรุงและสร้างระบบ SMEs Ecosystem หรือระบบนิเวศในการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีขึ้น โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในการเอื้อให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจและเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิมเช่น การปรับการให้บริการในรูปแบบดิจิทัลเซอร์วิส ทั้งการรับสมัครเข้าร่วมโครงการ/กิจกรรมต่างๆผ่านระบบออนไลน์เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายต่อการเข้าถึงบริการมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ i-Industry ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบัน กสอ.มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกในระบบแล้วกว่า 400,000 ราย แบ่งเป็นรูปแบบบุคคลกว่า 320,000 ราย และรูปแบบกิจการกว่า 93,000 ราย สำหรับปี 2563 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการต่างๆไม่ต่ำกว่า 2,000 กิจการ และบุคลากรภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและที่เกี่ยวข้องกว่า 20,000 ราย ขณะเดียวกันยังมีการใช้ระบบดิจิทัลในการกำกับติดตามการดำเนินงานสำหรับโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี โดยผู้เชี่ยวชาญ ณ สถานประกอบการ ซึ่งเรียกว่าระบบ Self-Declare โดยจะมีการเช็คอิน (Check-in) การเข้าปฏิบัติงานในสถานประกอบการของที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และรายงานผลแบบ Real time ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถประเมินผลการทำงานของที่ปรึกษาได้ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ นำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในสถานประกอบการมากขึ้น กสอ. จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและบริษัทสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ เพื่อให้เอสเอ็มอี ได้ลองเปิดใจเลือกใช้ Cloud Base Application ที่พัฒนาโดยสตาร์ทอัพไทย ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ง่ายต่อการใช้งาน โดยช่วงแรกอาจให้มีการทดลองใช้ก่อน รวมถึงการเชื่อมโยงเทคโนโลยีกับงานวิจัยที่มีอยู่จากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆทั้งรัฐและเอกชนกับเอสเอ็มอี เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจไปสู่เชิงพาณิชย์ อีกทั้งยังสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับเอสเอ็มอีที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาต่อยอดพัฒนาธุรกิจ โดย กสอ.จะเชื่อมโยงข้อมูลกับธนาคาร หรือแหล่งเงินทุนต่างๆเพื่อใช้ในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีรายนั้นได้อย่างเหมาะสม “กสอ.ต้องมีการจัดทัพใหม่ในการปรับการให้บริการ โดยเน้นการใช้ Digital Platform เพื่อสร้างระบบนิเวศให้ครบทั้งองคาพยพ ผลักดันให้เอสเอ็มอีเกิด Digital Transformation อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน บุคลากรของกรมจะต้องมีการ Transform ตนเอง ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน โดยจะมีการจัดอบรมเสริมองค์ความรู้ใหม่ๆด้านทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ให้บุคลากรอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้บุคลากร มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ยังรวมถึงการบริการที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้นและรองรับการเป็น Smart Office ขณะเดียวกัน ในส่วนของระบบหลังบ้านจะมีการปรับปรุงให้มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ กสอ.ได้เร่งดำเนินการเพื่อยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุประทานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตามนโยบายทรานสฟอร์มสู่ดิจิทัล