- โฆษณา -

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือ WIPO ติดอาวุธผู้ประกอบการ GI ไทย สร้างอัตลักษณ์สินค้าพื้นถิ่นส่งออกตลาดโลก

เทคโนโลยี-ไอที1 ธ.ค. 2565 • 16:38 น.
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือ WIPO ติดอาวุธผู้ประกอบการ GI ไทย สร้างอัตลักษณ์สินค้าพื้นถิ่นส่งออกตลาดโลก

กรมทรัพย์สินทางปัญญาผนึกกำลังองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization : WIPO) เสริมแกร่งสร้างอัตลักษณ์สินค้า GI ไทยในเวทีโลก ด้วยการสร้างแบรนด์และการออกแบบ พร้อมนำทีมผู้แทน WIPO และอินโดแปซิฟิก บุกถิ่น 3 สินค้า GI เมืองย่าโม ผ้าไหมปักธงชัย เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน และไวน์เขาใหญ่ สร้างโอกาสทางการค้าในเวทีโลก เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2565 

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “กรมฯ ร่วมกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) จัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างแบรนด์และออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับสินค้า GI อันนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างโอกาสทางการค้าให้กับสินค้า GI ไทยในเวทีโลก โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติร่วมถ่ายทอดความรู้ ณ โรงแรมพาโค่ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันสินค้า GI ไทยที่จดทะเบียนในต่างประเทศ มีทั้งหมด 8 สินค้า ใน 31 ประเทศ คือ (1) ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ในสหภาพยุโรป (2) กาแฟดอยช้าง ในสหภาพยุโรป (3) กาแฟดอยตุง ในสหภาพยุโรปและกัมพูชา (4) ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ในสหภาพยุโรป (5) เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน ในเวียดนาม (6) ผ้าไหมยกดอกลําพูน ในอินเดียและอินโดนีเซีย (7) มะขามหวานเพชรบูรณ์ ในเวียดนาม และ (8) ลําไยอบแห้งเนื้อสีทองลําพูน ในเวียดนาม” 

- โฆษณา -

นอกจากนี้ กรมฯ ได้นำคณะผู้แทนจาก WIPO และภูมิภาคอินโดแปซิฟิก 5 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน บังกลาเทศ สปป.ลาว กัมพูชา และซามัว ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีสินค้า GIมากที่สุดในประเทศไทย เพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและศึกษาแนวทางการรักษามาตรฐานสินค้า GI ที่มีคุณภาพ ของ 3 สินค้า ขึ้นชื่อของจังหวัด ได้แก่ ผ้าไหมปักธงชัย เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน และไวน์เขาใหญ่ ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่มีศักยภาพพร้อมเติบโตสู่ตลาดโลก สร้างมูลค่าทางการตลาดและนำรายได้เข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นรวมกว่า 162 ล้านบาท/ปี และในการประชุม APEC 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพที่ผ่านมา ผ้าไหมปักธงชัยและไวน์เขาใหญ่ ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมแสดงอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วย  

นายวุฒิไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมฯ ได้ทำงานเชิงรุกผลักดันให้ “ไวน์เขาใหญ่” ได้รับการจดทะเบียน GI ในสหภาพยุโรป เพื่อสร้างการยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค รวมทั้งสร้างโอกาสในการส่งออกและเปิดตลาดยุโรป เพื่อนำรายได้กลับสู่ชุมชนท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ได้อย่างยั่งยืน”