บลจ.บีแคปโชว์ AUM สิ้นไตรมาส 3/64 โตกว่า 22% ประเมินปี 65 แนวโน้มลงทุนฟื้นตัว ผลตอบแทนหุ้นไทย-โลก 8%

เทคโนโลยี-ไอที12 พ.ย. 2564 • 11:49 น.
บลจ.บีแคปโชว์ AUM สิ้นไตรมาส 3/64 โตกว่า 22% ประเมินปี 65 แนวโน้มลงทุนฟื้นตัว ผลตอบแทนหุ้นไทย-โลก 8%
บลจ.บีแคปโชว์ผลการดำเนินงานสิ้นไตรมาส 3 ปี 64 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 6.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 22.15% จากสิ้นปี 63 โดยมีส่วนจากการออก 2 กองทุน BCAP-GMA และ BCAP-GMA Plus หลังได้ PICTET Group ผู้นำไพรเวทแบงก์จากสวิสเซอร์แลนด์ เป็นพันธมิตรธุรกิจ ขณะที่ประเมินทิศทางการลงทุนในปี 65ยังมีความท้าทายแต่แนวโน้มดีขึ้น คาดผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยใกล้เคียงหุ้นโลกที่ระดับ7-8% นางเมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางกอกแคปปิตอล หรือ BCAP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ บลจ.บีแคป มีสินทรัพย์ทั้งหมดภายใต้การบริหารจัดการ (Asset under management :AUM) ณ สิ้นไตรมาส3/2564 รวม 63,898 ล้านบาท เติบโต 22.15% จากสิ้นปี 2563 แบ่งเป็นกองทุนส่วนบุคคล 20,794 ล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 20,080 ล้านบาท และกองทุนรวม 23,023 ล้านบาท “การเติบโตในส่วนของ aum 22.15% จากสิ้นปีที่แล้ว โดยมีส่วนจากการออกกองทุนเปิดบีแคป โกลบอล มัลติ แอสเซท ( BCAP-GMA) และกองทุนเปิดบีแคป โกลบอล มัลติ แอสเซท พลัส (BCAP -GMA Plus ) ที่เป็นหนึ่งในส่วนของ strategic partner ระหว่าง ธนาคารกรุงเทพ และ PICTET Group ผู้นำไพรเวทแบงก์ชั้นนำของโลก ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์” นอกจากนี้ เพื่อการให้บริการลูกค้าและแนะนำการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น บริษัทได้แต่งตั้งนายธวัชชัย วงศ์รัตนศิริกุล ผู้จัดการกองทุนอาวุโส เป็นหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ขึ้นตรงกับ ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน โดยหน้าที่หลักของฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างทีมการลงทุนกับนักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนขายหน่วยลงทุน ผู้แนะนำการลงทุน “BCAP เป็นเพียง บลจ เดียวในไทยที่มีมุมมองการลงทุนในระดับ Global ให้กับนักลงทุน และมีกองทุนที่ตอบโจทย์ให้กับนักลงทุนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล สำหรับลูกค้าระดับ Ultra High Networth เรายังคงมุ่งมั่นที่จะมอบบริการให้ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพื่อตอบโจทย์การลงทุนของลูกค้า” นางเมธ์วดีกล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจและภาวะการลงทุนในปี 2565 ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย หลังการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 1/2564 มูลค่าพื้นฐานหุ้นอยู่ในระดับสูง อีกทั้งธนาคารกลางประเทศต่างๆ มีโอกาสปรับเปลี่ยนแนวนโยบายการเงินให้ตึงตัวมากขึ้น ทั้งนี้ในมุมมองผู้จัดการกองทุน คาดการณ์ว่าแม้เศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะชะลอลงเทียบปี 2564 แต่ยังเติบโตในระดับที่สูงกว่าศักยภาพ อันเป็นผลจากแรงส่งของมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยแม้จะยังเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่เริ่มเห็นแสงสว่างจากนักท่องเที่ยวและการส่งออก ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ มองว่า อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในครึ่งแรกของปี ก่อนที่จะลดระดับลงในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งโดยรวมจะไม่ได้ส่งแรงกดดันต่อการเร่งปรับเปลี่ยนหรือใช้นโยบายการงานแบบตึงตัวอย่างเฉียบพลันของธนาคารกลาง อย่างไรก็ตามประเมินว่า มูลค่าพื้นฐานหุ้นโลกและไทยอยู่ในระดับสูง จากสภาพคล่องที่ล้นระบบ และผลตอบแทนในสินทรัพย์มั่นคงอยู่ในระดับต่ำ ผลกำไรบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มเติบโตสู่ภาวะปกติ หลังเร่งขึ้นจากฐานต่ำในปีที่แล้ว ทั้งนี้ บลจ.บีแคป คาดการณ์ผลตอบหุ้นไทยสามารถสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงหุ้นโลกที่ระดับ 7-8% โดยหุ้นโลกเน้นลงทุนในทวีปยุโรปที่มีมูลค่าพื้นฐานต่ำ ขณะที่ประเทศสหรัฐฯที่มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง อีกทั้งเน้นสะสม Thematic Funds สำหรับผลตอบแทนในระยะยาว เช่น กองทุนเปิดบีแคป คลีน อินโนเวชั่น (BCAP-Clean) และกองทุนเปิดบีแคป เน็กซ์ เจน เฮลธ์ (BCAP- XHealth) ในขณะที่หุ้นไทย คาดว่ากลุ่มการเงินที่เน้นปล่อยสินเชื่อระดับล่าง หรือ Micro Finance จะสามารถสร้างผลตอบแทนในระดับสูงกว่าตลาดอีกครั้ง