- โฆษณา -

บสย. ร่วมประชุมกับ SMI สภาอุตสาหกรรมฯ หารือแนวทางบูรณาการ เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs  

เทคโนโลยี-ไอที12 ก.ย. 2567 • 19:15 น.
บสย. ร่วมประชุมกับ SMI สภาอุตสาหกรรมฯ หารือแนวทางบูรณาการ เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs  

บสย. ร่วมประชุมกับคณะกรรมการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) หารือแนวทางการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs โดยมีผู้แทนหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน ที่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการและที่ปรึกษาสถาบัน SMI ร่วมให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแนวทางพัฒนาสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ SMEs 

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในฐานะที่ปรึกษาสถาบัน SMI กล่าวว่า บสย. มุ่งให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย. โดยทำหน้าที่เป็น SMEs Gateway เชื่อมโยงเงินทุนและโอกาสให้กับผู้ประกอบการ SMEs พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อช่วยเหลือ SMEs ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร  

- โฆษณา -

ปัจจุบัน บสย. มีโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” วงเงินค้ำประกัน 50,000 ล้านบาท ร่วมกับสถาบันการเงิน 18 แห่ง ช่วยเติมทุน เสริมสภาพคล่อง ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่านกลไกการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. มุ่งช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ และผู้ประกอบการใหม่ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมตามภายใต้ยุทธศาสตร์ IGNITE THAILAND, ธุรกิจที่ดำเนินการในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ESG/BCG) และผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 - 4 ปีแรก วงเงินค้ำประกัน เริ่มต้นตั้งแต่ 1 หมื่นบาท สูงสุด  40 ล้านบาท 

นายสิทธิกร กล่าวว่า นอกจากให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อแล้ว บสย. ยังมีลูกค้ากลุ่ม SME Champion ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่ใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจนเติบใหญ่ ในหลากหลายสาขาทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ โดยผู้ประกอบการกลุ่มนี้พร้อมถ่ายทอดโนฮาว และเคล็ดลับความสำเร็จต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการ SMEs รายอื่น ๆ โดย บสย. สามารถเชิญผู้ประกอบการต้นแบบเหล่านี้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับสมาชิกของสถาบัน SMI และสอท. เพื่อให้เกิดการบูรณาการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ร่วมกัน  

"ปัญหาของ SMEs วันนี้ คือเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนของ SMEs และลูกค้า บสย. ทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนคือ หน่วยงานภาครัฐต้องมีกลไกบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การช่วยเหลือ SMEs อย่างครบวงจร เปรียบเสมือน One Stop Service เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ"  

นอกจากนี้ ยังต้องเน้นสร้าง Mindset ที่ถูกต้องให้กับผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ และการช่วยเหลือต่าง ๆ ของภาครัฐ ยกตัวอย่าง มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs ที่เป็นลูกค้า บสย. ผ่านโครงการ “บสย. พร้อมช่วย” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดภาระหนี้ และให้เกิดการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ  

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาผู้ประกอบการ SME ไทย ยังจำเป็นต้องสร้างการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากความร่วมมือพัฒนาของทุกภาคส่วนในประเทศ ทำให้ธุรกิจ SMEs ของไทยเริ่มมีการปรับตัว แต่ SMEs ไทยต้องพร้อมพัฒนา และยกระดับขึ้นมาสู่การเป็น Smart SMEs โดยเน้นความสำคัญการพัฒนายกระดับใน 4 ด้าน ได้แก่ Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green นอกจากนี้ สอท. ยังได้นำเสนอมาตรการช่วย SMEs ไทยโดยให้ภาคเอกชนให้ความร่วมมือ ในการซื้อสินค้า Made in Thailand โดยจะมีมาตรการให้ภาคเอกชนได้รับสิทธิประโยชน์ตอบแทนจากการส่งเสริมการซื้อสินค้าแบรนด์ไทยด้วย

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสถาบัน SMI กล่าวขอบคุณผู้แทนหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการและที่ปรึกษาสถาบัน SMI ที่ได้เข้าร่วมให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแนวทางพัฒนาสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทยในครั้งนี้ ซึ่งสถาบัน SMI จะได้นำข้อแนะนำเหล่านี้ไปดำเนินการต่อไป