DTCENT พร้อมบุกตลาดอาเซียน ชูผู้นำ GPS Tracking เมืองไทย

เทคโนโลยี-ไอที12 ธ.ค. 2565 • 11:49 น.
DTCENT พร้อมบุกตลาดอาเซียน ชูผู้นำ GPS Tracking เมืองไทย

นายทศพล คุณะเพิ่มศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (DTCENT) เปิดเผยว่า DTCENT ถือเป็นผู้นำระบบติดตามยานพาหนะ GPS Tracking อันดับ 1 ในประเทศไทย (อ้างอิงจากข้อมูลกรมการขนส่งทางบกในเดือนม.ค.65) ผู้บริหารและทีมงานมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มากกว่า 25 ปี มีพันธมิตรทางธุรกิจ อีกทั้งยังมีพันธมิตรยักษ์ใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ เสริมความแข็งแกร่งอย่างบริษัท ยาซากิ เอ็นเนอร์จี ซิสเท็ม คอร์ปอเรชั่น (YES) ถือหุ้นใน DTCENT จำนวน 18% ก่อนขายไอพีโอ โดย YES จะร่วมพัฒนาให้ DTCENT เป็น Tier 1 Supplier ในการดำเนินธุรกิจ OEM สำหรับอุปกรณ์ GPS Tracking และ Telematics ให้กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ และบริษัทบุญรอด ซัพพลายเชน จำกัด (BRS) ถือหุ้นจำนวน 15% ก่อนขายไอพีโอ ซึ่งถือเป็นพันธมิตรหลักที่จะเข้ามาส่งเสริมเพิ่มศักยภาพให้แก่บริษัทในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และพัฒนาผลิตภัณฑ์ Supply Chain Solutions ใหม่ๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการโลจิสติกส์

“วัตถุประสงค์การเข้าระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้ในการลงทุนสร้างศูนย์บริหารจัดการและบริการข้อมูลยานพาหนะ (Vehicle Monitoring and Support Center) และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ รวมทั้งใช้เป็นเงินลงทุนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการรองรับการขยายธุรกิจได้ในอนาคต”

โดยการเข้าระดมทุนของ DTCENT ในครั้งนี้ มองเห็นถึงโอกาสการเติบโตของธุรกิจ IoT จากนโยบายของภาครัฐและความพร้อมของสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งเป็นอีกธุรกิจหนึ่ง ที่แตกไลน์ออกมาจากธุรกิจ GPS ที่มีความมั่นคงแล้ว การเติบโตของธุรกิจ IoT จะช่วยให้ DTCENT เติบโตต่อไปได้อย่างก้าวกระโดด หลังจากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้มีศักยภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน

ทั้งนี้นอกจากธุรกิจ GPS Tracking แล้ว กลุ่มบริษัทมีแผนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นใหม่ที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเป็นระบบอัจฉริยะในกลุ่มงาน IoT อันประกอบด้วย ระบบบริหารจัดการน้ำ,ระบบ SMART CITY SOLUTION หรือระบบบริหารการจัดการองค์กรส่วนท้องถิ่น,BAMS (Business Activity Management System), BIM (Building Information Modeling),EV Platform, Logistics Demand-Supply Matching Platform และระบบ AI สำหรับงาน IoT ปัจจุบัน DTCENT มีบริษัทย่อย 3 บริษัทได้แก่ บริษัทวิศวกรรม ซอฟต์แวร์ จำกัด (WS) บริษัท ไทย ดิจิทัล แมพ จำกัด (TDM) และบริษัท ดี คอร์ ซิสเต็ม อินทิเกรเตอร์ จำกัด (DCORE) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 90.00 ร้อยละ 95.00 และ ร้อยละ 90.00 ตามลำดับ

สำหรับภายหลังจากการระดมทุนในครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคู่ค้า ลูกค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งมีฐานทุนที่มั่นคงยิ่งกว่าเดิม และด้วยแนวโน้มของธุรกิจที่ยังสามารถเติบโตได้อีกมากในอนาคต จากความต้องการใช้บริการ GPS พร้อมด้วย การพัฒนากลุ่มงาน IoT เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้น อีกทั้ง DTCENT ยังมีแผนขยายตลาดไปยังภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มฐานรายได้ เพื่อการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต มองว่า ตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างมาก ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 2566 โดยการบุกตลาดในภูมิภาคอาเซียนของ DTCENT ผู้นำ GPS Tracking เมืองไทย จะเพิ่มโอกาสการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต

โดยหุ้น บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (DTCENT) ผู้นำธุรกิจ GPS Tracking ของเมืองไทย พร้อมเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ หลังเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอจำนวน 305 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.86 บาท ระหว่างวันที่ 1-2 และ 6 ธ.ค.65 ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างคึกคัก เนื่องจากกำหนดราคาขายไอพีโอ สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานที่มีความแข็งแกร่ง และโอกาสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต หลังจากผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จากผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19