จุรินทร์ เปิดงาน “BIDC 2022” ในรูปแบบ Virtual Event ผสานความร่วมมือพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน ผลักดัน “ซอฟต์พาวเวอร์-เมตาเวิร์ส”
จุรินทร์ เปิดงาน “BIDC 2022” ในรูปแบบ Virtual Event ผสานความร่วมมือพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน ผลักดัน “ซอฟต์พาวเวอร์-เมตาเวิร์ส” คาดโกยรายได้ตามเป้า 500 ล้านบาท
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Bangkok International Digital Content Festival 2022” หรือ “BIDC 2022”เทศกาลดิจิทัลคอนเทนต์ที่ยิ่งใหญ่แห่งปี ที่จัดเป็นปีที่ 9 แล้ว โดย กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังร่วมกับเหล่าพันธมิตรทั้งภาครัฐ ได้แก่ TCEB , depa และ CEA เสริมทัพด้วย 5 สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย TGA , BASA , DCAT , e-LAT และ TACGA ปักธงผสานความร่วมมือในการผลักดันนโยบายซอฟต์ พาวเวอร์ในประเทศให้แข็งแกร่ง นำไปสู่การขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้ มั่นใจสามารถขับเคลื่อนตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท พร้อมจัดกิจกรรมประกาศรางวัล BIDC Awards รางวัลด้านดิจิทัลคอนเทนต์ 23 รางวัล โดยในปีนี้ถือเป็นการประเดิมการจัดงานในรูปแบบ Virtual Event เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกที่แปลกใหม่และแตกต่างไปจากในทุกๆ ครั้ง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ดิจิทัลคอนเทนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด“ครีเอทีฟ อีโคโนมี” (Creative Economy) และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฮับ (Hub) ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย 14 แผนงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยได้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน BIDC มาอย่างต่อเนื่องตลอด 9 ปี เพื่อสร้างเวทีเจรจาธุรกิจในยุคดิจิทัล นำร่องสู่การพัฒนาเศรษฐกิจตามแผนยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้กระทรวงได้ดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศทั้งในและต่างประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2562 เป็นต้นมา สามารถสร้างมูลค่าทางการค้ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท
นายจุรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ เรามุ่งหวังที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก โดยอาศัยผลงานความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ โดยผมได้มอบหมายให้กระทรวงจัดทำแผนงานรูปธรรมโดยการส่งเสริมการนำซอฟต์พาวเวอร์เข้ามามีบทบาทด้านส่งการส่งออกรวมทั้งด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มพูนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการแข่งขันกับต่างประเทศแล้ว ยังเชื่อมโยงให้เกิดการพัฒนาธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งในด้านสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของไทย เกิดเป็นอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ทั้งในด้านการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ การจ้างงาน และการใช้จ่ายภายในประเทศต่อไป
สำหรับธีมหลักในการจัดงานปีนี้ คือ Metaverse ซึ่งนับเป็นอีกก้าวที่จะพลิกอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนด์ เข้าสู่โลกเสมือนจริงอย่างเต็มตัว เราไม่ได้เห็นเป็นแค่เทรนด์โลกที่เป็นกระแส แต่คือโอกาสให้เกิดการสร้างสรรค์ดิจิทัลแพลตฟอร์มและคอนเทนต์ในรูปแบบที่แตกต่างเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประเทศ สำหรับงาน BIDC 2022 ในครั้งนี้ มีกิจกรรมหลัก ได้แก่
1. พิธีเปิดงาน BIDC 2022 และงานประกาศรางวัล BIDC Awards 2022 วันที่ 5 พฤษภาคม 2565 โดยปีนี้จัดในรูปแบบ Virtual Event ที่มีรูปแบบแปลกและแตกต่างจากทุกครั้ง พร้อมทั้งมีการประกาศรางวัล 23 รางวัล จาก 5 สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์
2. กิจกรรมเสวนาออนไลน์ (BIDC WEBINAR) วันที่ 7-22 พฤษภาคม 2565 ผ่านระบบ Zoom และไลฟ์สตรีมมิ่งผ่าน Facebook โครงการ (www.facebook.com/bidc.fest) โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกทั้งชาวไทยและต่างชาติมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย โดยมีหัวข้อการสัมมนาที่น่าสนใจไม่น้อยกว่า 18 หัวข้อ คาดว่าจะมีผู้รับชมมากกว่า 12,000 ราย โดยสามารถเลือกหัวข้อที่สนใจและลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://qrco.de/bcwjGS
3. กิจกรรมจัดเจรจาธุรกิจออนไลน์ วันที่ 25-27 พฤษภาคม 2565 ระหว่างผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยและผู้ประกอบการชั้นนำจากทั่วโลกเกือบ 100 ราย โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจมากกว่า 200 คู่ และสร้างมูลค่าไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
ทั้งนี้ การจัดงาน BIDC 2022 ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ TCEB , depa และ CEA อีกทั้ง 5 สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย TGA , BASA , DCAT , e-LAT และ TACGA ที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ให้ก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี และถือเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในการช่วยกันพัฒนาให้ความสามารถของผู้ประกอบการไทยทัดเทียมและยืนได้ในเวทีโลกอย่างสวยงามต่อไป