ผู้ถือหุ้น B52 หนุนแผนปรับโครงสร้างทุน อนุมัติรวบพาร์-ลดทุนล้างขาดทุนสะสมเกือบหมด ปั้นธุรกิจ New S Curve
ผู้ถือหุ้นพร้อมสนับสนุน B52 อนุมัติแผนปรับโครงสร้างทุน รวบพาร์-ลดทุน-ล้างขาดทุนสะสมเกือบหมด ปูทางสู่การปลดล็อกครื่องหมาย C เพื่อลุยธุรกิจใหม่แบบไม่ต้องกังวล ผู้บริหารวางแผนปั้นเป็น New S Curve ร่วมกับพันธมิตร หนุนธุรกิจเติบโตสตรอง! สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมย้ำ! การลดทุนโดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จะไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้น การลดทุนดังกล่าวเป็นการปรับปรุงตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น
น.ส.นราวดี วรวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี-52 แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (B52) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติโอนทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน จำนวน 8,297,905 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมของบริษัทฯ ตามงบแสดงฐานะทางการเงินของบริษัทที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีของบริษัทสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 จำนวน 888,508,872 บาท ซึ่งภายหลังการโอนทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 8,297,905 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมของบริษัทแล้วจะทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสะสมตามงบแสดงฐานะทางการเงินเฉพาะกิจการ เหลือจำนวน 880,210,967 บาท
นอกจากนี้ยังมีมติอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของบริษัท โดยการรวมมูลค่าที่ตราไว้ จากเดิมที่มีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 2.00 บาท ซึ่งส่งผลให้จำนวนหุ้นของบริษัทลดลงจำนวน 2,404,798,095 หุ้น จากเดิม 3,206,397,460 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เป็นจำนวน 801,599,365 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 2.00 บาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของบริษัทดังกล่าวจะเป็นผลให้จำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ลดลงในอัตราส่วน 4 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่
ขณะเดียวกันยังอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 1,202,399,047.50 บาท จากทุนจดทะเบียนจำนวน 1,603,198,730 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 400,799,682.50 บาท และลดทุนจดทะเบียนชำระแล้วลงจำนวน 983,171,260 บาท จากทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 1,310,895,013.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 327,723,753 บาท ตามลำดับโดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทจากเดิมมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 2.00 บาท เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท (จำนวนหุ้นคงเดิมเท่ากับ 655,447,506 หุ้น) เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมของบริษัทฯ ที่คงเหลืออยู่จำนวน 880,210,967 บาท และส่วนต่ำมูลค่าหุ้น ที่ปรากฏในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ สำหรับงวดไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 ปรากฏมีส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นจำนวน 170,989,992 บาท
ทั้งนี้การลดทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วตามที่กล่าวข้างต้น จะทำให้เกิดส่วนเกินทุนจากการลดทุน (ทุนสำรองอื่น) จำนวน 983,171,260 บาท เพื่อบริษัทสามารถนำส่วนเกินทุนจากการลดทุนดังกล่าว มาชดเชยผลขาดทุนสะสมที่เหลืออยู่จำนวน 880,210,967 บาท และส่วนต่ำมูลค่าหุ้น จำนวน 170,989,992 บาท ได้ตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 ได้
"การลดทุนโดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด การลดทุนดังกล่าวเป็นการปรับปรุงตัวเลขทางบัญชีเพื่อการชดเชยผลขาดทุนสะสมทางบัญชีเท่านั้น การจดทะเบียนลดทุนและทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ โดยการลดพาร์ จาก 2.00 บาท เป็น 0.50 บาท จะเกิดขึ้นภายหลังการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้น และจำนวนหุ้นของบริษัท โดยการรวมพาร์ จาก 0.50 บาท เป็น 2.00 บาท กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว"
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร B52 กล่าวอีกว่า ต้องขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่อนุมัติแผนการปรับโครงสร้างทุน เพื่อนำเงินส่วนเกินทุนจากการลดทุนมาล้างขาดทุนสะสมในครั้งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางแก้ไขกรณีที่หลักทรัพย์ของบริษัทถูกขึ้นเครื่องหมาย C เนื่องจากส่วนผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว เมื่อปรับปรุงตัวเลขทางบัญชีครั้งนี้เรียบร้อยแล้วมีโอกาสที่ B52 จะได้รับการอนุมัติให้ซื้อขายตามปกติในอนาคตอันใกล้ และถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน เพื่อสร้าง New S Curve ร่วมกับพันธมิตร เพื่อการเติบโตที่แข็งแกร่ง และยั่งยืนในอนาคต