จับตา "บอร์ดกสทช." ถกมติปิดดีลควบรวม "ทรู-ดีแทค"

เทคโนโลยี-ไอที10 ส.ค. 2565 • 12:30 น.
จับตา "บอร์ดกสทช." ถกมติปิดดีลควบรวม "ทรู-ดีแทค"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ส.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) มีวาระการพิจารณาประเด็นการควบรวมธุรกิจ ระหว่างบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค)

ทั้งนี้ประเด็นการควบรวมธุรกิจ กำหนดเป็นระเบียบวาระที่ 5 เรื่องเพื่อพิจารณา กำหนดเวลาและวิธีการลงมติการรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค โดยมีข้อเสนอเพื่อพิจารณากำหนดเวลา และวิธีการลงมติการรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค โดยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 บอร์ด มีมติมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. รับข้อคิดเห็นของที่ประชุมไปดำเนินการรวบรมและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีหลักฐานทางวิชาการและข้อมูลเชิงประจักษ์เพิ่มเดิม

เนื่องจากข้อมูลที่สำนักงาน กสทช. นำเสนอมายังไม่ครบถ้วนและรอบด้านเพียงพอ ยังขาดข้อมูลสำคัญในหลายประเด็นเพื่อประกอบการพิจารณาผลกระทบในด้านต่างๆ และเพื่อนำไปสู่มาตรการในการป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมาย และเป็นการป้องกันผลกระทบ และความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อตลาดและอุตสาหกรรมตลอดจนประชาชนผู้ใช้บริการ

ขณะที่ วาระสำคัญ ที่จะต้องถกหารือกันในวันนี้ คือ กรอบเวลาการพิจารณา โดยปัจจุบัน กสทช.ยังไม่ได้มีพิจารณากำหนดเวลา และวิธีการลงมติการรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทคที่ชัดเจน ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสาธารณะ ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 แจ้งผลพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ซึ่งมีความเห็นว่าประเด็นที่สำนักงาน กสทช. หารือ เป็นกรณีที่อยู่ในความสนใจสาธารณะ

ทั้งเห็นว่า ประเด็นที่สำนักงาน กสทช. หารือ เป็นกรณีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของ กสทช.โดยเฉพาะ รวมทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่าประกาศ กสทช.เรื่อง มาตรการการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม ที่เป็นเครื่องมือของ กสทช. ในการพิจารณาดำเนินการมีการฟ้องร้องเพิกถอนอยู่ในศาลปกครอง ซึ่งกรรมการกฤษฎีกาจะไม่พิจารณาให้ความเห็น รวมถึง ความไม่ชัดเจนว่า การรายงานของทรูและดีแทคถือเป็นการดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม ฉบับลงราชกิจจานุเบกษา 19 มกราคม 2561 และถือว่าได้รับอนุญาตแล้วหรือไม่ ตามข้อ 6 ของประกาศฯ ฉบับดังกล่าว อาจส่งผลให้ กสทช. ไม่อาจอธิบาย และไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล ด้วยเหตุที่ ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศของ กสทช.

แหล่งข่าว กสทช. กล่าวว่า การประชุมวันนี้ เป็นเพราะมีกรรมการ กสทช.บางท่านต้องการทราบกรอบเวลาในการดำเนินการเรื่องนี้ให้แน่ชัดว่า จะต้องให้แล้วเสร็จภายในเมื่อไรอย่างไร และกระบวนการทำงานของตัวสำนักงาน กสทช.ที่ต้องรวบรวมผลสรุปการรวมธุรกิจจากอนุกรรมการทั้ง 4 คณะที่ได้สั่งให้ไปแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหารายละเอียดนั้น จะครบถ้วนเมื่อใด และหากกรรมการ กสทช.บางคนเห็นว่า ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอต่อการลงมติอีก จำเป็นต้องมีการสั่งให้ไปเพิ่มเติมเนื้อหาตรงส่วนใดอีกบ้าง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังต้องมีการหารือในประเด็นวาระข้อที่ 3.2 ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) โดยเห็นว่า ประเด็นที่สำนักงาน กสทช. ขอหารือ เกี่ยวกับอำนาจของ กสทช.ในการพิจารณาการขอรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค เป็นกรณีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของ กสทช. โดยเฉพาะ รวมทั้ง ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ประกาศ กสทช.เรื่อง มาตรการการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม ที่เป็นเครื่องมือของ กสทช. ในการพิจารณาดำเนินการ อีกทั้งยังมีการฟ้องร้องเพิกถอนอยู่ในศาลปกครอง ซึ่งกรรมการกฤษฎีกาจะไม่พิจารณาให้ความเห็น โดยหนังสือที่ตอบกลับมานี้ ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า กสทช.มีอำนาจในการพิจารณาการขอควบรวมธุรกิจว่าจะพิจารณาว่าจะให้เอกชนควบรวมหรือไม่

แหล่งข่าวกสทช. กล่าวว่า ประเด็นการขอควบรวมนั้น หากในท้ายที่สุดมีการอนุญาตให้ควบรวมกิจการ บอร์ด กสทช.จำเป็นต้องเขียนมาตรการเฉพาะ เพื่อกำหนดเป็นเงื่อนไขในการควบรวมกิจการ ซึ่งบอร์ดมีความกังวลในแง่ของการพิจารณา เพราะไม่อยากตกเป็นจำเลยสังคมในประเด็นที่เอื้อเอกชน