เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทรุกตลาดสหราชอาณาจักร เพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอด้วย 3 กลยุทธ์หลัก

ท่องเที่ยว16 มิ.ย. 2565 • 01:04 น.
เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทรุกตลาดสหราชอาณาจักร เพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอด้วย 3 กลยุทธ์หลัก

นาย เดิร์ก อังเดร ลีน่า เดอ คุยเปอร์ (Dirk De Cuyper) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า  บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)  SHR บริษัทเรือธงในการประกอบธุรกิจโรงแรมของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอในสหราชอาณาจักร ลุยต่อยอดความสำเร็จบน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การหมุนเวียนลงทุนและการปรับปรุงสินทรัพย์ การควบรวมและซื้อกิจการ และการพัฒนาธุรกิจด้วยโมเดล Asset Light เพื่อเร่งเพิ่มศักยภาพโรงแรมด้านการแข่งขัน พร้อมขับเคลื่อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลังการระบาดใหญ่ทั่วโลก

สำหรับสหราชอาณาจักรถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท โดยมีสัดส่วนถึง 65% ของจำนวนห้องพักรวมในกลุ่มธุรกิจทั่วโลก ปัจจุบันมีโรงแรมในสหราชอาณาจักรทั้งสิ้น 27 แห่ง รวม 2,940 ห้อง ซึ่งดำเนินงานภายใต้แบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ เมอร์เคียว และ ฮอลิเดย์ อินน์ โดยในปี  2564 และ ปี 2565 บริษัทฯ มีแผนปรับปรุงคอลเลกชันโรงแรมทั่วสหราชอาณาจักร ผ่านการใช้กลยุทธ์การหมุนเวียนลงทุนสินทรัพย์ กล่าวคือการขายสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพต่ำ และนำเงินที่ได้ไปลงทุนในโรงแรมที่มีศักยภาพสูง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเพิ่มรายได้ของพอร์ตโฟลิโอ 3 เท่าภายในปี  2567

ทั้งนี้ SHR ได้สานต่อกลยุทธ์นี้อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกุมภาพันธ์  2564 ที่ผ่านมา เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ทุ่มงบกว่า 13.75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 560 ล้านบาท) เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มอีก 50% ในกิจการโรงแรม 26 แห่งในสหราชอาณาจักร ทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมด 100% ซึ่งการลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนในสหราชอาณาจักรระยะยาว สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมของประเทศ

จากนั้นในเดือนเมษายน  2564 บริษัท จูปิเตอร์ โฮเทลส์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SHR ถือหุ้น 100% ได้บรรลุข้อตกลงการขายโรงแรมเมอร์เคียว นิวบูรี แอลคอต ปาร์ค ซึ่งเป็นโรงแรมขนาด 73 ห้อง คิดเป็นมูลค่ารวม 4.25 ล้านปอนด์ ถือเป็นโรงแรมแห่งแรกจากทั้งหมด 6 แห่งซึ่งอยู่ภายใต้แผนการขายของบริษัทฯ ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2565 เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้บรรลุข้อตกลงการขาย โรงแรมเมอร์เคียว เบอร์ตัน อัพพอน เทรนต์ นิวตัน พาร์ค มูลค่า 2 ล้านปอนด์

โดยเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์แห่งนี้จะถูกนำไปลงทุนใหม่เพื่อยกระดับสินทรัพย์อื่น ๆ ในสหราชอาณาจักรที่มีศักยภาพการแข่งขันสูง ซึ่งสามารถสร้าง EBITDA ได้ถึง 60 - 70% ของ EBITDA รวมของพอร์ตการลงทุนในสหราชอาณาจักร  โดย SHR คาดว่าความสำเร็จของการขายจะมีแนวโน้มที่ดีไปจนถึงช่วงปลายปีนี้ สนับสนุนโดยปัจจัยบวกด้านสภาวะตลาดที่สามารถเอื้อต่อราคาขายที่เหมาะสม

ซึ่ง จุดแข็งหลักของพอร์ตโฟลิโอโรงแรมในสหราชอาณาจักรของ SHR คือมีความสมดุลทั้งในด้านภูมิศาสตร์และฤดูกาล ทั้งนี้ คาดว่าพอร์ตการลงทุนในสหราชอาณาจักรจะสามารถรักษาผลประกอบการที่แข็งแกร่งได้ตลอดทั้งปี จะส่งผลให้รายได้ในปี 2565 ของพอร์ตดังกล่าวเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 50%