ท่องไปสู่อาณาราชวงศ์ฉิน – ฮั่น – ถัง- โจว -ซ่ง ตามรอยสามก๊ก (11)
ท่องไปสู่อาณาราชวงศ์ฉิน – ฮั่น – ถัง- โจว -ซ่ง ตามรอยสามก๊ก (11)
มิวเซียมโจโฉ เมืองฮูโต๋
มิวเซียมโจโฉ เมืองสวี่ชาง หรือเมืองสวี่ตู หรือฮูโต๋ อดีตราชธานียุคที่ โจโฉ ครองตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีจนถึงจุดสูงสุดของยศศักดิ์ วุ่ยอ๋อง มิวเซียมโจโฉ สร้างขึ้นเพื่อนระลึกถึงโจโฉบอกเล่าเรื่องราวความสามารถต่าง และมีท้องพระโรงที่ว่าราชการ อุโมงค์ทหาร และรูปปั้นหินขนาดใหญ่ของโจโฉ อยู่ด้านหน้าทางเข้า ข้อความท้ายจากนี้เป็นบทความและงานแปลของ บก.ทองแถม นาถจำนง ผู้ล่วงลับ ซึ่งเคยพิมพ์อยู่ในหนังสือ ประวัติโจโฉ จาก ซานกั๋วจื้อ และบทกวีของโจโฉ
โจโฉ รัฐบุรุษกวี
โจโฉ คือรัฐบุรุษ
โจโฉ คือขุนพลผู้ชาญศึก
แต่ที่มิได้รู้กันแพร่หลายนัก คือโจโฉเป็นรัตนกวี
โจโฉรัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ เขาเป็นผู้มีอุดมการณ์ล้ำยุคซึ่งมีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว เขาดำเนินนโยบายที่มีความหมายอย่างมากในประวัติศาสตร์ เช่น ด้านเศรษฐกิจ เขาจัดระบบแบ่งปันนาและการทำนาใหม่ จัดระบบภาษี ระบบชลประทานใหม่ ด้านการเมืองเขาเสริมอำนาจรวมศูนย์ส่วนกลางโจมตีระบบเจ้าขุนมูลนาย ส่งเสริมคนตามความสามารถ ไม่เลือกตระกูลกำเนิด เคร่งครัดตัวบทกฎหมายไม่ละเว้นแม้ลูกชายของตน ด้านวัฒนธรรมเขาคัดค้านความงมงาย คัดค้านการผูกขาดครอบงำของลัทธิขงจื๊อ โจโฉให้เสรีภาพในการเผยแพร่ปรัชญาต่างๆ นอกเหนือจากลัทธิขงจื๊อ ศาสนาพุทธและลัทธิจวงจื๊อจึงเริ่มเฟื่องฟูขึ้น โจโฉโอบอุ้มเสริมส่งบรรดาปราชญ์ทั้งปวง เพราะโจโฉเองก็คือบัณฑิตผู้ปราดเปรื่อง
บทกวีของโจโฉเหลือจารึกอยู่เพียง 21 บท ที่เด่นมากคือบทกวีวรรคละสี่คำ ซึ่งเป็นฉันทลักษณ์โบราณ วงวรรณกรรมจีนยกย่องกันว่าโจโฉเป็นกวีที่เขียนฉันทลักษณ์โบราณ (วรรละสี่คำ)ได้ดีที่สุดหลังจากยุค “คัมภีร์แห่งบทเพลง” (ซือจิง Book of songs ซึ่งแต่งในระหว่าง 1122-540 ก่อน ค.ศ.) บทกวีของโจโฉได้รับอิทธิพลจากเพลงพื้นบ้าน มักใช้ประกอบดนตรีขับร้อง ใช้รูปแบบเก่าแต่ถ้อยคำอิสระโลดแล่น ไม่ถูกกฎเกณฑ์เก่าๆ ผูกมัด และที่สำคัญยิ่งคือ การสนับสนุนของโจโฉเป็นแกนที่ทรงพลัง ทำให้กลุ่มนักปราชญ์เบิกศักราชใหม่ของกานท์กวีเรียกว่า กวีกลุ่มเจี้ยนอัน นี่เป็นจุดหักมุมจุดหนึ่งของประวัติวรรณคดีจีน
เพลงแกล้มสุรา
[1]
๐ เอาเพลงแกล้มสุรา ชีวายาวฤาสั้น
ก็เพียงน้ำค้างเช้า
อดีตมากเศร้า ร้องร่ำลำนำ
ตรองตรำตรึงตรา
สิ่งผ่อนโศกา มีแต่สุราตู้คัง1
อาวรณ์อาลัยสหายเอย ข้าห่วงหาพะว้าพะวัง
หลั่งรินเพลงในวันนี้
“อาภรณ์ชุดเขียว ตรึงตราฤทัย”2
“สำเนียงกวางฟาน ไล้หญ้าพงพี
สหายประเสริฐข้ามี ผิวขลุ่ยแลพริ้วพิณ”3
ความตรมพล่านพลุ่งมิขาด ยามใดจักได้
จันทร์อันใสกระจ่าง ข้ารอผู้ข้ามเขาข้ามทุ่งมา4
จักน้อมเสวนา
สรวลเสพสังสรรค์ ร่วมรำลึกความหลัง
เดือนแจ่ม ดาวจาง วิหคผกผินเวียนบินหาคาคบ
ยังไร้กิ่งใดพำนัก
ภูเขาฤาหน่ายสูง ทะเลฤาหน่ายลึก
เจ้าโจวคายข้าว5 โลกจึงบังคม ๐
短歌行(二首)
其一
对酒当歌,人生几何?
譬如朝露,去日苦多。
慨当以慷,忧思难忘。
何以解忧?唯有杜康。
青青子衿,悠悠我心。
但为君故,沈吟至今。
呦呦鹿鸣,食野之苹。
我有嘉宾,鼓瑟吹笙。
明明如月,何时可掇?
忧从中来,不可断绝。
越陌度阡,枉用相存。
契阔谈宴,心念旧恩。
月明星稀,乌鹊南飞,
绕树三匝,何枝可依?
山不厌高,海不厌深。
周公吐哺,天下归心。
“เพลงแกล้มสุรา” บทนี้ คาดว่าแต่งในวัยหนุ่ม บทกวีนี้แบ่งได้เป็นสี่ช่วงเริ่มด้วยความเศร้าระทมต่อภาวะกลียุค ช่วงที่สองเป็นการห่วงหาอาทรมิตรสหายเก่า ช่วงที่สามแสดงความปรารถนาจักได้ผู้ปรีชาสามารถมาร่วมภารกิจ ช่วงสุดท้ายแสดงความกร้าวแกร่ง มุ่งมั่นในอุดมการณ์และความเต็มใจน้อมตัวเข้าหาผู้ปรีชาสามารถ
หมายเหตุ
1. สุราตู้คัง มีชื่อตามตู้คังผู้ผลิตเหล้านี้เป็นคนแรก
2. “อาภรณ์ชุดเขียว ตราตรึงฤทัย”
เป็นวรรคหนึ่งในกวีเพลงพื้นบ้านชื่อ “อาภรณ์ของท่าน” จาก “คัมภีร์แห่งบทเพลง” ความหมายเดิมของเพลงนี้ เป็นบทคะนึงถึงคู่รัก
3. “สำเนียงกวางฟาน ไล้หญ้าพงพี
สหายประเสริฐข้ามี ผิวขลุ่ยแลพริ้วพิณ”
เป็นส่วนหนึ่งของเพลง “กวางร้อง” (จากคัมภีร์แห่งบทเพลง) ที่นิยมร้องในงานเลี้ยงสรรค์
4. คำว่า “จันทร์กระจ่าง” และ “ผู้ข้ามเขาข้ามทุ่งมา” หมายถึงผู้ปรีชาสามารถที่จะมาช่วยกันกอบกู้บ้านเมือง
5. “เจ้าโจว คายข้าว” เจ้าโจวคือ โจวกงตั้นในยุคซีโจว ตำนานเล่าว่าโจวกงตั้นอ่อนน้อมถ่อมตน คบหาให้เกียรติ ผู้มีสติปัญญาความสามารถ น้อมใจรับฟังความเห็นของผู้อื่น บางครั้งโจวกงตั้นกำลังรับประทานอาหาร มีแขกมาขอเข้าพบ แม้โจวกงตั้นจะมียศศักดิ์แต่ยังหยุดรับประทานทันที รีบออกไปพบปะรับฟังความคิดเห็นอย่างถ่อมตัว จึงปกครองทั่วแผ่นดินอย่างร่มเย็น สำนวนจีน “เจ้าโจวคายข้าว” ยังใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้
เฮาหลี่สิง
๐ ณ ย่านนอกด่านบูรพา1 อัศวินสง่า
ร่วมทัพกำจัดทรชน
“ชุมนุมเหมิงจิน” เริ่มต้น อุดมการณ์ผู้คน
มาดมุ่งหมายมั่น “เสียนหยาง”2
ทัพร่วมไม่รวมใจจาง โอ้เอ้บาดหมาง
ดังห่านบินแถวตอนตรง
ผลประโยชน์พาคนโลภหลง สิ้นสลายมั่นคง
พันธมิตรกลับมาฆ่ากัน
ไอ้น้องตั้งตัวของมัน3 เป็นฮ่องเต้พลัน
อ้วนเสี้ยวผู้พี่เห็นที
จำหลักตราหยกอวดดี4 เป็นจักรพรรดิมี
อำนาจบาตรใหญ่ฝ่ายเหนือ
สงครามลามหลั่งรังเรื้อ ไพร่พลทุกข์เถือ
เสื้อเกราะเกิดหมัดเรือดกิน
ราษฎรหมื่นครัวตายสิ้น พงไพรในดิน
เห็นแต่กระดูกคนขาว
พันลี้ไร้เสียงไก่กราว ยิ่งคิดจิตร้าว
คนร้อยเหลือรอดหนึ่งเดียว ๐
蒿里行
关东有义士,兴兵讨群凶。
初期会盟津,乃心在咸阳。
军合力不齐,踌躇而雁行。
势利使人争,嗣还自相戕。
淮南弟称号,刻玺於北方。
铠甲生虮虱,万姓以死亡。
白骨露於野,千里无鸡鸣。
生民百遗一,念之断人肠。
เพลง “เฮาหลี่สิง” (เดินในดงหญ้าเฮา) เป็นเพลงหนึ่งในกลุ่มเพลงเยวี่ยฟู่ แต่เดิมเป็นเพลงแห่ในพิธีศพ โจโฉใส่เนื้อหาใหม่เข้าไป กล่าวถึงการรวมตัวกันของเจ้าแคว้นต่างๆ เพื่อปราบทรราชตั๋งโต๊ะ แต่แล้วกลุ่มพันธมิตรก็แตกแยกกันเพราะความโลภแย่งชิงผลประโยชน์ เกิดรบราฆ่าฟันกันเอง เป็นเหตุให้ราษฎรประสบภัยพิบัติ เป็นที่โศกเศร้ายิ่งนัก
หมายเหตุ
1. นอกด่านบูรพา หมายถึง ภาคตะวันออกของด่านหานกู่ ปัจจุบันคือ เขตมณฑลเหอหนาน เหอเป่ย, ซานตง
2. “เหมิงจิน” เป็นชื่อสถานที่ ปัจจุบันอยู่ในอำเภอเหมิ่งเสี้ยน มณฑลเหอหนานเป็นสถานที่ซึ่งโจวอู่หวาง (จิวบู๊อ๋อง) นัดชุมนุมเจ้าแคว้นต่างๆ (จูเฮ้า) รวมเป็นพันธมิตรไปกำจัด ติวอ๋อง ฮ่องเต้ ผู้อำมหิต “เสียนหยาง” เป็นชื่อเมืองหลวงสมัยราชวงศ์ฉิน (221-207 ก่อน ค.ศ.) ซึ่งเมื่อหลิวปังและเซี่ยงอี้ก่อกบฏขึ้นนั้นต่างก็หมายมุ่งเข้ายึดเมืองเสียนหยางเพื่อล้มราชวงศ์ฉิน โจโฉมิได้เขียนกวีกล่าวถึงการรวมตัวของขุนศึก เพื่อกำจัดตั๋งโต๊ะโดยตรง แต่กลับยกเอาชื่อในประวัติศาสตร์มาใช้ นี่เป็นศิลปาการแห่งกาพย์กลอนของจีนโดยแท้กวีจีนมักจะอ้างอิงเรื่องราวในประวัติศาสตร์เสมอ ถ้าผู้อ่านไม่ทราบเรื่องราวความเป็นมาของมัน จะไม่ซาบซึ้งในรสกวี ฉะนั้นการแปลกกวีจีนถ่ายทอดเป็นกวีพากย์ไทยจึงลำบากยากยิ่ง และมีอุปสรรคในการทำความเข้าใจ
3. “ไอ้น้อง” ในที่นี้หมายถึงอ้วนสุด
4. “ตราหยก” หมายถึงตราแผ่นดินประจำองค์จักรพรรดิ
ลำนำหนาวฉกรรจ์
๐ ฝ่าไท่หังซาน1 ย่านเหนือ ไต่ดอยสูงเคื้อ
ทุกข์ยากลำบากเหลือแสน
ลดเลี้ยวเวี้ยววกวนแดน “หยางฉางปั่น”2 แม้น
เหมือนชื่อคือควนขดไส้
ล้อรถบดหักพังไป ลมเหนือแหวกไม้
หวิวหวูเวงวังดังเศร้า
หมีป่ามายองดูเรา ขนาบข้างทางเจ้า
เสือสิงคำรนกล่นกราย
โตรกเขาชนร้างห่างหาย หิมะกระจาย
เป็นสายตกหนาพาหนาว
ทอดถอนใจพ้อคอยาว แรมร้างห่างด้าว
ไกลมาโศกาอาจิณ
อกข้าอาดูรสูญสิ้น คำนึงถึงถิ่น
กลับบ้านเกิดอยู่บูรพา
สะพานพังหายสายชลา ล้ำลึกหนักหนา
หว่างทางวนซอนย้อนไป
ลืมลับหลงทางห่างไกล ย่ำสนธยาไร้
ร้างที่พำนักพักนอน
เดินเดินตะวันลาจร อาชาพลากร
ไพร่พลหม่นหมองท้องหิว
แบกถุงเก็บฟืนตอกติ้ว ต้มเคี่ยวเดี้ยวดิ้ว3
คั้นน้ำแข็งหุงปรุงปน
“บูรพาสิงขรกวี”4 หม่น เหมือนข้ามาผจญ
เจ็บลึกร้าวรวดปวดใจ ๐
苦寒行
北上太行山,艰哉何巍巍!
羊肠坂诘屈,车轮为之摧。
树木何萧瑟,北风声正悲!
熊罴对我蹲,虎豹夹路啼。
溪谷少人民,雪落何霏霏!
延颈长叹息,远行多所怀。
我心何怫郁?思欲一东归。
水深桥梁绝,中路正徘徊。
迷惑失故路,薄暮无宿栖。
行行日已远,人马同时饥。
担囊行取薪,斧冰持作糜。
悲彼《东山》诗,悠悠令我哀。
“ลำนำหนาวฉกรรจ” (ขู่หานสิง) เป็นทำนองเพลงหนึ่งในกลุ่ม เพลงเยี่วยฟู่ เพลงนี้โจโฉแต่งเมื่อ ค.ศ. 206 ระหว่างการเดินทางไปปราบเกากั้น เกากั้นเป็นหลานอาของอ้วนเสี้ยว เคยยอมสวามิภักดิ์กับโจโฉและได้กินเมืองปิ้งโจว (ปัจจุบันอยู่ในมณฑลซานซี) ภายหลังเป็นกบฏ โจโฉจึงต้องยกไปปราบ กวีบทนี้สะท้อนภาพระหว่างทางรอนแรมอันทุรกันดารและอารมณ์คิดถึงบ้านของเหล่านักรบ
หมายเหตุ
1. “ไท่หังซาน” เป็นเทือกเขากั้นเขตแดนมณฑลเหอเป่ย, เหอหนาน และซานซี
2. “หยางฉางปั่น” เป็นชื่อสถานที่แปลว่า “แผ่นลำไส้แพะ” เส้นทางวกวนทุรกันดาร
3. เดี้ยวดิ้ว ผู้เขียนผันมาจากคำว่า ดิ้วเดี้ยว เป็นคำกริยา แปลว่า อ่อนหิวนัก
4. “บูรพาสิงขรกวี” หมายถึงบทกวีในคัมภีร์แห่งบทเพลงชื่อ “ภูเขาตะวันออก” ซึ่งเป็นบทกวีที่กล่าวถึงนักรบออกสงครามรอนแรมจากบ้าน โหยหาอาลัยคิดถึงถิ่นกำเนิด
บทกวีอีก 2 ชิ้นสุดท้าย คัดมาจากเพลง “เดินเท้าออกจากเซี่ยเหมิน” เพลงนี้ประกอบด้วยบทเพลงสี่ท่อน มีชื่อตามลำดับดังนี้ “ชมทะเลหลวง” “หนาวเดือนสิบ” “ต่างถิ่น” และ “เต่าแม้อายุยืน” บทกวีหล่านี้เขียนใน ค.ศ. 207 โจโฉอายุ 53 ปี เขียนระหว่างเดินทัพไปปราบชนกลุ่มน้อยเผ่าอูหวนทางภาคเหนือ บท “ชมทะเล” วีรบุรุษในอดีต เช่น ฉินสื่อหวง (จิ๋นซีฮ่องเต้) และฮั่นอู่ตี้ (157-87 ก่อน ค.ศ.) ต่างเคยชมทะเลบนเขาเจ๋สือ และจารึกกวีไว้ ณ ที่นั้น ปัจจุบันเขาเจ๋สือยุบจมหายไปในทะเลแล้ว
ชมทะเลหลวง
๐ ถึงเขาเจ๋สือแห่งภาคตะวันออก
ทอดชมทะเลหลวง
คลื่นกระฉอกครานครืน
ควนภูหมู่เกาะเสียดยอดละลิ่ว
แมกไม้ระดะ
หญ้านานาพันธุ์งามงอกดื่นดาด
ลมฤดูสารทกวาดยอดไม้หวิวหวู
ก่อเป็นคลื่นมเหาฬาร
อาทิตย์แลจันทร์นั้น
ดุจโคจรขึ้นจากห้วงมหรรณพ์
ทางช้างเผือกอันพร่างพราย
คล้าย คล้ายพวยพุ่งจากทะเลหลวง ๐
观沧海
东临碣石,以观沧海。
水何澹澹,山岛竦峙。
树木丛生,百草丰茂。
秋风萧瑟,洪波涌起。
日月之行,若出其中;
星汉灿烂,若出其里。
幸甚至哉!歌以咏志。
เต่าแม้ อายุยืน
๐ เต่าเทวดา อายุขัย ยั่งยืนยาวไกล
ยังยั้งยุติ์หยุดสะดุดสิ้น
มังกรฟ้อนเมฆเหินบิน สุดท้ายชีวิน
เปลี่ยนเปื่อยผงภัสม์ธุลี
มหาอาชาชรามี โรงระรื่นดี
มโนคติยังวิ่งไกล
วีรชนอหังการ์แม้วัย ย่ำสนธยาใจ
โผนกล้าสง่านิรันดร์
เกิดแก่เจ็บตายวารวัน หาใช่ลิขิตอัน
สวรรค์กำหนดกฎมา
พรคือรักษากายา ชื่นรื่นจิตตา
วัยยงแก่เก่าเยาว์นาน ๐
..............................................................................
.........................................................................................................................................
ชวนผู้สนใจร่วมเดนทางท่องไปกับเส้นอาณาราชวงศ์ฉิน – ฮั่น – ถัง- โจว -ซ่ง ตามรอยสามก๊ก สุสานโจโฉ ชมหอนกยูงทองแดง สุสานกวนอู ศาลไคฟง ของ เปาบุ้นจิ้น และงานเลี้ยงที่หงเหมิน 14-21 มีนาคม 2569 (ที่มา : เพจเฟซบุ๊ก ชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต)
#โจโฉ #สามก๊ก #วุ่ยอ๋อง #ฮูโต๋ #สวี่ชาง #กวีกลุ่มเจี้ยนอัน #ประวัติศาสตร์จีน #จีน