'หมอเจี๊ยบ ลลนา' เล่าวินาทีรักษาเคสคนไข้ติดโควิดรายแรก

วาไรตี้3 เม.ย. 2563 • 10:26 น.
'หมอเจี๊ยบ ลลนา' เล่าวินาทีรักษาเคสคนไข้ติดโควิดรายแรก
แพทย์หญิง ลลนา ก้องธรนินทร์ หรือหมอ เจี๊ยบ โพสต์ข้อความผ่าน อินสตราแกรมส่วนตัว@jeab_lalana ระบุข้อความว่า...หลังจากฝึกซ้อมไป วันนี้ก็ประเดิมเคสแรกของรพ.เลยที่เป็นเคสโควิดแล้วต้องใส่ท่อช่วยหายใจ (เคสโควิดอื่นๆที่ผ่านมาไม่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ต้องเป็นเคสที่มีอาการหนักจริงๆ) การที่เข้าไปใกล้ชิดและทำหัตถการที่มีความเสี่ยงสูงต่อเชื้อโควิดแบบนี้ทำให้เรารู้เลยว่าพี่พยาบาลและคุณหมอด้านปอดและติดเชื้อหรือคุณหมอท่านใดก็ตามที่ต้องเข้ามาดูแลคนไข้แบบนี้ทุกๆวัน เค้าเสียสละขนาดไหน ถามว่าพวกเรากลัวเชื้อไหม ? ตอบตรงๆเลยว่า"กลัว" แต่....กลัวในด้านการเอากลับไปติดคนที่เรารักที่บ้านหรือติดคนอื่นมากกว่า ด้วยอาชีพของพวกเราตอนอยู่หน้างานไม่มีความรู้สึกกลัวเลยมีแต่ต้องทำภารกิจตรงหน้าให้สำเร็จเท่านั้น ขอบคุณพี่โพธิ์ที่ดูแลอย่างดีช่วยส่งเจี๊ยบเข้าห้องและทีมพี่พยาบาลทุกคนที่ช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ในตอนนี้พวกเรายังคงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการรับมืออยู่เรื่อยๆเพื่อให้เหมาะสมและปลอดภัยต่อสถานการณ์มากที่สุด เพราะห้องฉุกเฉินคือด่านแรกที่เราจะต้องพบเจอกับคนไข้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่สามารถรู้ หรือแยกได้ก่อนเลยว่าคนไหนจะมีโควิดหรือไม่ เราวางแผนกันทุกวันประชุมกันทุกวันให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งต่อบุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ ตอนนี้มีหลายอย่างที่พวกเราต้องการความช่วยเหลือ เช่นเต้นท์ความดันลบสำหรับดูแลคนไข้ ห้องตรวจความดันลบที่สงสัยผู้ป่วยโควิด และอะไรอีกหลายๆอย่าง ถ้าใครอยากจะร่วมกับพวกเราสู้โควิดไปด้วยกันสามารถบริจาคผ่านมูลนิธิ let's be heroes @lets.be.heroes.foundation ได้นะคะเจี๊ยบจะตัดยอดบริจาคตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนพ.ค. จะนำยอดที่ได้เหล่านั้นมาสมทบทุนในการซื้อเครื่องมือและทำห้องดูแลผู้ป่วยโควิดค่ะ ?บริจาคได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิเล็ทส์ บี ฮีโร่ส์ เลขที่บัญชี 041-1-70885-3 และสุดท้ายอยากจะบอกว่าพวกเราได้ยินเสียงปรบมือที่มาจากใจของทุกคนขอบคุณมากนะคะ พวกเราจะสู้เต็มที่ให้โควิด-19นี้หายไปซะทีแล้วสุดท้ายที่สุดจริงๆและ ห้องฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้นนะคะ
ดูโพสต์นี้บน Instagram

หลังจากฝึกซ้อมไป วันนี้ก็ประเดิมเคสแรกของรพ.เลยที่เป็นเคสโควิดแล้วต้องใส่ท่อช่วยหายใจ (เคสโควิดอื่นๆที่ผ่านมาไม่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ต้องเป็นเคสที่มีอาการหนักจริงๆ) การที่เข้าไปใกล้ชิดและทำหัตถการที่มีความเสี่ยงสูงต่อเชื้อโควิดแบบนี้ทำให้เรารู้เลยว่าพี่พยาบาลและคุณหมอด้านปอดและติดเชื้อหรือคุณหมอท่านใดก็ตามที่ต้องเข้ามาดูแลคนไข้แบบนี้ทุกๆวัน เค้าเสียสละขนาดไหน ถามว่าพวกเรากลัวเชื้อไหม ? ตอบตรงๆเลยว่า"กลัว" แต่....กลัวในด้านการเอากลับไปติดคนที่เรารักที่บ้านหรือติดคนอื่นมากกว่า ด้วยอาชีพของพวกเราตอนอยู่หน้างานไม่มีความรู้สึกกลัวเลยมีแต่ต้องทำภารกิจตรงหน้าให้สำเร็จเท่านั้น ขอบคุณพี่โพธิ์ที่ดูแลอย่างดีช่วยส่งเจี๊ยบเข้าห้องและทีมพี่พยาบาลทุกคนที่ช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ในตอนนี้พวกเรายังคงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการรับมืออยู่เรื่อยๆเพื่อให้เหมาะสมและปลอดภัยต่อสถานการณ์มากที่สุด เพราะห้องฉุกเฉินคือด่านแรกที่เราจะต้องพบเจอกับคนไข้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่สามารถรู้ หรือแยกได้ก่อนเลยว่าคนไหนจะมีโควิดหรือไม่ เราวางแผนกันทุกวันประชุมกันทุกวันให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งต่อบุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ ตอนนี้มีหลายอย่างที่พวกเราต้องการความช่วยเหลือ เช่นเต้นท์ความดันลบสำหรับดูแลคนไข้ ห้องตรวจความดันลบที่สงสัยผู้ป่วยโควิด และอะไรอีกหลายๆอย่าง ถ้าใครอยากจะร่วมกับพวกเราสู้โควิดไปด้วยกันสามารถบริจาคผ่านมูลนิธิ let's be heroes @lets.be.heroes.foundation ได้นะคะเจี๊ยบจะตัดยอดบริจาคตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนพ.ค. จะนำยอดที่ได้เหล่านั้นมาสมทบทุนในการซื้อเครื่องมือและทำห้องดูแลผู้ป่วยโควิดค่ะ ?บริจาคได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิเล็ทส์ บี ฮีโร่ส์ เลขที่บัญชี 041-1-70885-3? ?และสุดท้ายอยากจะบอกว่าพวกเราได้ยินเสียงปรบมือที่มาจากใจของทุกคนขอบคุณมากนะคะ พวกเราจะสู้เต็มที่ให้โควิด-19นี้หายไปซะที? ❗❗❗แล้วสุดท้ายที่สุดจริงๆและ ห้องฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้นนะคะ?

โพสต์ที่แชร์โดย Lalana Kongtoranin (@jeab_lalana) เมื่อ