ย้อนอดีตนักร้องลูกทุ่ง 'เอกราช สุวรรณภูมิ' หลังหลงระเริงจนตกต่ำกลับบ้านทำนา
นักร้องลูกทุ่งล้านตลับ "เอกราช สุวรรณภูมิ" เจ้าของเพลงฮิต "กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง" ล่าสุดมาเล่าเรื่องราวชีวิตในรายการ ต้มยำอมรินทร์ แบบหมดเปลือก หลังโด่งดังมีเงินทองมากมาย แต่กลับเดินผิดทาง หลงระเริงกับชื่อเสียงและเงินทอง ใช้ฟุ่มเฟือย ซื้อรถหรูกว่า 30 คัน ทำธุรกิจก็ขาดทุนเกือบหมดตัว งานหดหายจนต้องกลับไปทำนา แต่ล่าสุดกลับมาดังอีกครั้งในวงการเพลง เพราะยังมีแฟนคลับคอยติดตามผลงานอยู่เป็นจำนวนมาก
ซึ่ง เอกราช เล่าให้ฟัง ว่า เพลงกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง ทำให้เทปขายได้ล้านหกแสนตลับ เพลงนี้เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะตอนนั้นไปที่ไหนคือดังไปถึงหมดเลย ทุกที่เปิดเพลงนี้หมดเลย มีงาน 2-3 งานต่อคืน เป็นแบบนี้ต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี ตอนที่กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง ดังเปรี้ยงออกมาประมาณปี 2543 แล้วก็มีเพลงดังต่อเนื่อง สัญญาห้าบาท เป็นเพลงของครูสลาแต่งให้ทั้งหมดเลย เป็นครูเพลงที่เปลี่ยนชีวิตให้กับผม
ชีวิตเปลี่ยนจากนักร้องโนเนมดังภายในข้ามคืน โดยสิ่งที่มาพร้อมกับความสำเร็จคือชื่อเสียงและเงินทองมากมาย แต่เพราะเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง พอเห็นเงินแสน เงินล้าน ได้เงิน ได้ทองก็อยากลงทุนนั่นนี่ อยากเปิดร้านอาหาร อยากไปทำธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ เพราะพรสวรรค์ของเราไม่ได้ให้มา และก็เอาเงินไปเปลี่ยนรถถึง 30 คัน ด้วยความที่เป็นคนชอบรถ พอเห็นรถรุ่นไหนดี เราขับมาหมดแล้ว สมมติว่าเราขับคันนี้มา 2-3 ปี พอเริ่มซ่อมเราก็เปลี่ยน เพราะเราต้องใช้รถในการทำงาน ก็ทำแบบนี้มาตลอด ขายซื้อใหม่ เพราะมันมีรุ่นใหม่ออกมาเรื่อยๆ เราใช้ไม่กี่ปี เราก็ขายซื้อใหม่ มันก็เลยกลายเป็นเงินทุกบาทที่เราหามา ไปอยู่กับรถหมดเลย
ในเวลานั้นเหมือนเราหลงระเริงไปกับชื่อเสียงและเงินทอง เพราะอย่างที่ผมว่า เราเป็นเด็กบ้านนอก ไม่เคยเห็นเงินหมื่น เงินล้าน อย่างวันนี้เราได้เงินมาสองแสน เราก็ใช้หมดเลยวันนี้ เพราะเราคิดว่าพรุ่งนี้เราก็หาได้อีก ซื้อของแบรนด์เนม เลี้ยงเพื่อน
จนมาถึงช่วงหนึ่งที่ เอกราช เล่าวว่า เบื่อกับการใช้ชีวิต เบื่อท้องถนนที่ต้องตะลอนไปหาเงินหาทอง แล้วก็ด้วยความที่เป็นนักร้องมา 20 ปี เรามีทุนอยู่ก้อนหนึ่ง ก็ไปลงทุนปลูกมันสำปะหลัง ปลูกได้มา 2 ปี บางทีก็มีแมลงกินบ้าง เงินที่เราลงทุนไปก็สูญเสียไป ผมก็ไปทำนาอยู่บ้าน แล้วก็เป็นช่วงที่งานเริ่มซาด้วย มันหดหายหมดทุกอย่างด้วย เราเลยไปทำนาอยู่บ้าน ผิวเราก็ดำเพราะเราตากแดด
เวลานั้นมีคนทักเยอะ ว่าดังแล้วทำไมมาทำนา มีทักเยอะครับ แต่ทำยังไงได้ เพราะอยู่กรุงเทพฯ ค่าใช้จ่ายเราก็เยอะ เงินทองเราก็ไม่ค่อยมีแล้วช่วงนั้น เงินเก็บเราก็เอาไปลงทุน ก็เหมือนละลายน้ำไป ส่วนเงินเก็บก็มีบ้างครับ แต่มันก็ไม่ได้มีขนาดนั้น ขนาดที่ว่าอยากจะเปิดร้าน อยากจะซื้อรถแพงๆ แบบนั้นไม่ได้แล้ว แต่ถ้าอยู่กินแบบสบายๆ เราก็พอได้อยู่ครับ