เปิดไทม์ไลน์ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์”สู่คดีอื้อฉาว!
กลายเป็นประเด็นอื้อฉาว! กลบข่าวการแถลงปิดคดี “แตงโม นิดา”ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเลย หลังเกิดกระแส “รองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่”รายหนึ่ง ได้ลวนลามผู้หญิง โดยไม่สมยอม จนนำไปสู่การลาออกทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ของ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ “สยามรัฐออนไลน์” ได้สรุปไทม์ไลน์ ปมร้อนและที่มาที่ไป ว่ามาจากใคร เริ่มจาก
เมื่อวันที่ 13 เม.ย.65 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีผู้เสียหายรายหนึ่งถูกรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ลวนลาม หอมแก้ม กอดจูบ โดยไม่สมยอมและหลอกว่าจะพามาคุยเรื่องงานและสอนเรื่องหุ้น เศรษฐศาสตร์ แต่พอมาจริงกลับคุยแต่เรื่องเพศ และลวนลาม โดยเก็บหลักฐานไว้พร้อมหมดแล้ว
ต่อมา วันที่ 14 เม.ย.65 นายษิทรา ได้โพสต์ข้อความอีกว่า "พรรค...ครับ คนนี้พ่อใหญ่มาก ดังระดับโลก" พร้อมไอคอนรูปแมลงสาบ และกล่าวอีกว่า "ไม่ต้องห่วงเรื่องหลักฐานนะครับ ถ้ามาหาทนายตั้มแล้วหายห่วง"
นอกจากนี้ยังโพสต์ข้อความระบุต่อว่า "ค้นประวัติรองหัวหน้าพรรคคนนี้ไม่ธรรมดา เคยก่อเหตุลักษณะนี้กับหญิงไทยอายุ 18 ปี 2 คนที่ประเทศอังกฤษ สุดท้ายเรื่องเงียบเพราะพ่อใหญ่มากในเวลานั้น และทำแบบนี้กับอีกหลายคนในประเทศไทย ผมถือว่าเป็นภัยสังคมมากเลยนะครับ คนในวงการหุ้นส่วนใหญ่รู้ชื่อเสียงด้านลบนายคนนี้อยู่แล้ว รวมถึงสาเหตุที่นายคนนี้ต้องลาออกจากการเป็น head โบรกเกอร์แห่งหนึ่ง เพราะถูกจับได้เรื่องไม่เหมาะสมพวกนี้แบบมีหลักฐาน ไม่ทราบคุณทนายรู้หรือไม่ว่านายคนนี้เคยโดนจับคดีข่มขืนที่อังกฤษมาแล้ว มีข้อมูลลงข่าวปี 2003 แต่เพราะพ่อเส้นใหญ่เรื่องเลยจบไป"
จากนั้น นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดังทางช่อง 3 ได้โพสต์ Facebook ยกคำพูดการให้สัมภาษณ์ของ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประตชาธิปัตย์ ถึงกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด โพสต์ Facebook ระบุมีรองหัวหน้าพรรค ลวนลาม หญิงสาวที่มาปรึกษาความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ โดยไม่สมยอม และถูกคาดหมายว่าอาจเป็นนายปริญญ์ โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีพฤติกรรมเช่นนั้น และไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น
"ผมรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป และไม่ได้ทำในสิ่งที่มีการกล่าวหา พร้อมทั้งเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นประโยชน์กับใคร ดังนั้นจะขอชี้แจงทีเดียวโดยการแถลงข่าว ซึ่งขอเวลาภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้จะออกมาชี้แจง"
ต่อมาเมื่อเวลา 15.00น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผอ.ศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และประกาศลาออกจากพรรคในทุกตำแหน่ง เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
วันเดียวกัน นายษิทรา ได้ไลฟ์สดระบุว่า หลังจากโพสต์ข้อมูลดังกล่าว ได้มีผู้ติดต่อมาให้ข้อมูลจำนวนหลายราย โดยระบุว่า รองหัวหน้าพรรคการเมืองคนดังกล่าว เคยก่อเหตุลวนลาม ล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ในช่วงหลายสิบปีก่อนหน้านี้ รวมถึงมีการพูดจาข่มขู่ผู้เสียหายไม่ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตนเอง นอกจากนี้ยังมีคดีในต่างประเทศด้วย
นายษิทรา ระบุอีกว่า รองหัวหน้าพรรคการเมืองคนดังกล่าวได้ติดต่อไปยังครอบครัวของผู้เสียหายรายล่าสุดแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่ามีการแจ้งความไว้ที่ สน.ลุมพินี ทั้งนี้นายษิทรา ใช้เวลาในการไลฟ์ประมาณ 30 นาที จากนั้นจะเดินทางไปยัง สน.ลุมพินี เพื่อติดตามคดี รวมถึงการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด
ต่อมาเมื่อวันที่ 15 เม.ย.65 นายราเมศ รัตนเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายปริญญ์ ถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมกำลังให้ความสนใจ ส่วนจะมีการตั้งกรรมการสอบในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค ที่จะเป็นผู้พิจารณา หากพิจารณาเห็นแล้วว่า นายปริญญ์มีความผิดจริงกรณีดังกล่าวโทษสูงสุดถึงขั้นขับออกจากพรรค ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญและเน้นหนักมาโดยตลอดในเรื่องสิทธิสตรีเป็นสำคัญและยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และส.ก. ของพรรค เพราะยังมีรองหัวหน้าพรรค อีก 9 คนที่ทำหน้าที่ดูแลอยู่
ด้าน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ อยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรอกระบวนการยุติธรรมก่อน อย่าเพิ่งตัดสินว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ดังนั้นเรื่องนี้มีการพูดกันเยอะ มีทั้งผู้ที่หวังดีและไม่หวังดี จึงอยากให้ประชาชนรับฟังข้อมูลทั้งสองฝ่ายก่อน ยืนยันไม่กระทบกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และส.ก.เพราะนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรคมีการหาเสียงเองมาตลอดอยู่แล้ว
ต่อมาที่ สน.ลุมพินี นายษิทรา ได้เดินทางมาเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาเพื่อติดตามเรื่องที่ผู้เสียหายเคยแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้พูดคุยกับผู้เสียหายจนทราบข้อเท็จจริงแล้ว ทราบว่า แม่ของผู้เสียหายเองก็ชื่นชอบพรรคการเมืองนี้เช่นกัน เพราะเป็นคนพูดจาดี แต่เมื่อเกิดเรื่องก็เสียความรู้สึกจนต้องมาพบตน อีกทั้งเมื่อมีข่าวออกไป ก็มีเหยื่ออีก 3 คนติดต่อตนเข้ามา ซึ่งมีอายุประมาณ 18 ปีทั้งหมด รายหนึ่งอยู่ที่ จ.ราชบุรี มีแม่ทำงานในพรรคเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ อีกรายถูกข่มขืนจนต้องหนีไปประเทศอังกฤษ อีกรายโดนลวนลาม ซึ่งเหยื่อบางรายถูกพาขึ้นคอนโดส่วนตัวด้วย
นายษิทรา กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เพราะตลอดเวลาที่เหยื่อพูดก็แสดงอาการร้องไห้ตลอดเวลา ขณะเกิดเหตุแม้จะขัดขืน พยายามหลบหลีก แต่นักการเมืองคนดังกล่าวก็ใช้กำลัง แม้จะมีคนอื่นอยู่ในร้าน แต่ก็เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งเหยื่อทั้งอายและกลัวจึงไม่กล้าขอความช่วยเหลือ โดยพฤติกรรมของนักการเมืองรายนี้ จะมีการพูดคุยทำนองชู้สาวและเรื่องใต้สะดือ ส่วนมากเหยื่อจะอายุประมาณ 18 ปีทั้งหมด ซึ่งตนได้ข้อมูลมาทั้งหมดว่าถูกพาไปขึ้นคอนโดส่วนตัวที่ใด โดยส่วนตัวแล้วไม่กลัวจะถูกฟ้อง รวมถึงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็ต้องแจ้งความตอนนี้ เบื้องต้นทราบว่า ตำรวจได้ไปเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านดังกล่าว ที่ตั้งอยู่ชั้นดาดฟ้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอยสุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ แล้วเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา แต่ตนไม่ทราบว่าจะเห็นพฤติกรรมหรือไม่
ต่อมาเมื่อเวลา 15.20 น. ที่สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. เปิดเผยหลังมาตรวจสำนวนคดี ว่า หลังได้ตรวจดูสำนวนคดีและประเด็นข้อสั่งการต่างๆ พบว่าได้ดำเนินการครบถ้วนเพียงพอจะขอศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐานกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลได้ภายในวันพรุ่งนี้ จึงขอให้ประชาชนได้มั่นใจในการทำงานของตำรวจ หลังรับแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังได้สอบพยานเพิ่มเติมเป็นคนขับรถแท็กซี่ไปรับผู้เสียหายมาส่ง และวันนี้ได้ให้ผู้เสียหายยืนยันหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายในคดีลักษณะเดียวกันอีก 1 คดี ซึ่งเหตุเกิดปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
ขณะที่ นายปริญญ์ เปิดเผยว่า “บางคนที่ไปแจ้งความฟ้องร้องนั้น ตนเองไม่เคยรู้จักและไม่เคยพูดคุย”
และล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น.ของวันที่ 16 เม.ย.65 นายปริญญ์ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลุมนินี เพื่อให้ปากคำ