นักวิชาการยกบทเรียน14ตุลา มือที่3และการให้ร้ายสถาบันดึงสติ3นิ้ว
นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า.
14 ตุลา จงใจหรือแค่อุบัติเหตุ?
“ฉบับย่อ”
ผมขออนุญาตย่อความจากเหตุการณ์ 14 ตุลา จากจากปากของพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร หนึ่งในบุคคลที่เชื่อกันว่าเป็นผู้กุมความลับของเหตุการณ์
……………………………………………………………………
ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 มีนิสิตนักศึกษาจำนวนหนึ่งออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาล แถลงการณ์ฉบับนั้นที่สำคัญที่สุดก็เป็นการประณามรัฐบาลที่ยึดอำนาจอยู่โดยไม่ยอมคืนประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน พูดง่ายๆ ว่าเป็นเอกสารเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
รัฐบาลของจอมพล ถนอม กิตติขจร ได้จับนิสิตนักศึกษาและผู้ที่ร่วมเรียกร้อง แต่ข้อหาที่ตั้งคือกระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ ถ้าจำไม่ผิดคือจับไปทั้งหมด 13 คน
พอถูกจับไปแล้ว ปฏิกิริยาของนิสิตนักศึกษาก็เริ่มขึ้น เริ่มมีการชุมนุม ตั้งแต่จำนวนพันไปถึงจำนวนหมื่น การชุมนุมเริ่มมีมากขึ้นๆ จนเป็นจำนวนแสนคน
พล.ต.อ.วสิษฐ เข้าวังสวนจิตรลดา ตอนเที่ยงวันที่ 13 ตุลาคม โดยได้รับคำสั่งให้ไปคอยรับผู้แทนของนิสิตนักศึกษาที่จะเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัว
เวลา 17.30 น. พระเจ้าอยู่หัวจึงได้เสด็จฯ มา และนิสิตนักศึกษาเข้าเฝ้าฯ กันอยู่จนเกือบสองทุ่มจึงกลับออกมา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งลงมาว่ารัฐบาลยอมปล่อยผู้ต้องหาทั้ง 13 คนแล้ว
นอกจากจะปล่อยแล้วยังมีข้อตกลงระว่างฝ่ายรัฐบาลกับผู้แทนนักศึกษาในวังเป็นลายลักษณ์อักษร และจะขอพระราชทานรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 20 เดือน แทนที่จะเป็น 3 ปีตามที่รัฐบาลเคยบอก
ในขณะที่นิสิตนักศึกษาที่เข้าเฝ้าในวังพูดกันรู้เรื่องดีแล้ว แต่กลุ่มนิสิตนักศึกษาข้างนอกกลับไม่รู้เรื่อง
มีคนไปกระซิบบอกผู้แทนนิสิตนักศึกษาข้างนอกว่า “ม่องหมดแล้วพวกในวัง”
มีคนมากระซิบนิสิตนักศึกษาที่อยู่ข้างนอกว่าเขาจัดการคน (นิสิตนักศึกษา) ในวังหมดแล้ว
……………………………………………………………………
พอเป็นอย่างนั้นพล.ต.อ.วสิษฐก็ขอร้องพวกที่อยู่ในวังที่พูดกันรู้เรื่องแล้วให้ไปเจรจากับคนที่อยู่ข้างนอกหน่อยว่าบัดนี้อะไรๆ ก็เรียบร้อยหมดแล้ว
ต่อมาพล.ต.อ.วสิษฐ ขึ้นไปอ่านพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว และแถมท้ายว่า เมื่อพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งแบบนี้ เหตุการณ์ยุติลงแล้ว สมควรยุติการชุมนุมและกลับบ้านกันได้
พระเจ้าอยู่หัวไม่ได้บรรทมมา 7 วัน 7 คืนแล้ว เพราะเป็นห่วง รอฟังสถานการณ์บ้านเมือง พอพูดจบ ที่ประชุมก็ปรบมือกันและร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
จากความปีติอยู่ได้ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นเอง ก็ได้ยินเสียงระเบิดตูมขึ้น เป็นเสียงระเบิดแก๊สน้ำตา เป็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนผู้ชุมนุมกำลังจะกลับโดยแยกย้ายกันเดินออกไปทุกทิศ
ผู้ที่ประสบเหตุปะทะกับตำรวจเหล่านั้นคือผู้ที่เดินกลับจากวังไปทางถนนราชวิถี เหตุที่เกิดปะทะกันขึ้น เพราะตำรวจได้รับคำสั่งว่าให้ปิดทางไม่ให้ประชาชนผ่านทางนั้น ตำรวจใช้กระบองกับแก๊สน้ำตา เกิดการตีกันขึ้นที่หน้าวัง
พอเกิดการตีกันขึ้นก็เกิดข่าวปากต่อปากแจ้งว่าตำรวจฆ่านิสิตนักศึกษาที่หน้าวัง เท่านั้นเองการจราจลก็กระจายออกไปทั่วกรุงเทพฯ
ทั้งที่ความจริง สถานการณ์ควรจะสงบและจบลงแล้ว เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในรัฐบาลทหารยอมทำตามข้อเสนอของนิสิตนักศึกษา และนิสิตนักศึกษาก็ยอมยุติการชุมนุมและกำลังแยกย้ายกลับบ้าน
แต่เพราะมีมือที่สามที่จงใจให้เรื่องไม่จบอย่างสันติ แต่ต้องการให้เกิดเป็นเหตุการณ์วันมหาวิปโยคอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516
ทั้งหมดนั้นคือการย่อเหตุการณ์คำต่อคำจากปากของ
พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร
……………………………………………………………………
** อ่านมาถึงตรงนี้สังเกตเห็นอะไรไหมว่า สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองนั้น มีคนจงใจให้เกิด และมักมีมือที่ 3 ร่วมสร้างสถานการณ์
ที่สำคัญมักมีการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้อง ด้วยการให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าอยู่เบื้องหลัง เช่น การสั่งให้อุ้มฆ่า ซึ่งมีมานานแล้ว และปัจจุบันขบวนการสามกีบก็ใช้วิธีเดียวกันนี้
เราผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว ศึกษาประวัติศาสตร์และมีสติกันให้มากลูกหลานและพี่น้องชาวไทย
อัษฎางค์ ยมนาค
……………………………………………………………………
14 ตุลา:
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=226237186394949&id=100070260068883