พบสารกล่อมประสาทในเส้นผมยายช่วงเดียวที่อยู่กับลูกสาวคนเล็ก
จากกรณีตายายคู่หนึ่งได้ร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด ว่าถูกลูกสาวคนเล็กวางยา เพื่อหวังฮุบสมบัติมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท โดยหลอกให้โอนทรัพย์สินมายังลูกสาวคนเล็ก ต่อมาได้มีการหาหลักฐานยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ด้วยการตรวจดีเอ็นเอ
ล่าสุดวันนี้ (1 พ.ย.66) เพจ โหนกระแส ได้ระบุว่า จากเหตุการณ์ชาย อายุ 83 ปี และหญิง อายุ 69 ปี สองสามีภรรยา ได้ไปขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย รวมถึงได้มาขอความเป็นธรรมผ่านรายการโหนกระแส หลังเชื่อว่าถูกลูกสาวคนเล็กและสามี ร่วมกันวางยากล่อมประสาท โดยผสมกับยารักษาโรคประจำตัว เพราะเมื่อกินยาไปแล้ว มีอาการเบลอ ปากแห้ง ตาค้าง และบางทีมีการชักเกร็ง
นอกจากนี้ ระหว่างที่อยู่ที่บ้านของลูกสาวคนเล็ก ยังถูกกักบริเวณ ไม่ให้ออกมานอกบ้าน ที่สำคัญคือ ลูกสาวคนเล็กถอนเงินจาก 2 บัญชี รวมกันกว่า 16 ล้านบาท และยังนำโฉนดที่ดินที่จังหวัดนครราชสีมารวมกว่า 100 ไร่ มูลค่า 500 ล้านบาท ไปจำนอง ทำให้สองสามีภรรยาแทบกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว
สุดท้าย สองตายายหนีออกมาจากบ้านลูกสาวคนเล็ก มาอยู่กับลูกสาวคนโต ก่อนจะมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวกับสื่อ โดยได้ทำการอายัดที่ดิน เป็นเรื่องฟ้องร้องกันอยู่
และเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา นายเอกภพได้พาสองตายายไปขอความช่วยเหลือจาก ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี โดยทั้งสองถูกส่งตัวไปที่สถานบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจหาสารเสพติดทางเส้นผม
ล่าสุด ผลการตรวจสอบจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ออกมาแล้วว่า พบสารกล่อมประสาทในเส้นผมของยาย หากย้อนไปก็จะอยู่ช่วงเดือน ส.ค. ปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่อยู่กับลูกสาวคนเล็ก
ขอบคุณ เพจ โหนกระแส