"ตรุษจีน"กับ 3 วันสำคัญที่บางคนยังไม่รู้...?
"ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้" แปลว่า "ขอให้ปีใหม่นี้สมหวังทุกประการ ร่ำรวยมั่งคั่ง" เป็นคำอวยพรในเทศกาล "ตรุษจีน" หรือวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน (คล้ายกับวันสงกรานต์ของไทย) ชาวจีนทุกคนให้ความสำคัญกับวันนี้อย่างมาก มีการหยุดงานถึง 3-4 วัน เพื่อตระเตรียมจัดงานปีใหม่นี้ โดยบรรดาลูกหลานจะชอบวันนี้มากเพราะมี "อั่งเปา" คือ ซองสีแดงใส่เงินที่ผู้ใหญ่จะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง
"วันตรุษจีน" เกิดจากการตั้งใจที่จะฉลองฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนนั้น ประเทศจีนปกคลุมไปด้วยหิมะ จึงไม่สามารถทำการเกษตรได้ เมื่อเข้าถึงฤดูใบไม้ผลิ จึงจะสามารถเพาะปลูกพืนผักได้ตามปกติ ชาวจีนจึงกำหนดให้วันแรกของฤดูใบไม้ผลิตในแต่ละปีเป็นวันสำคัญที่เรียกว่า "วันตรุษจีน" โดยในปีนี้จะตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 จะมีวันสำคัญแบ่งออกเป็น 3 วัน ได้แก่
-"วันจ่าย" (30 มกราคม 2565)
คือวันก่อนวันสิ้นปี สิ่งที่ต้องทำในวันจ่าย คือ การหาซื้ออาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ พร้อมทำความสะอาดบ้าน ตกแต่งบ้านเรือนด้วยคำอวยพรปีใหม่ มักเป็นกระดาษสีแดงที่เขียนด้วยอักษรจีน รวมไปถึงโคมแดง และของประดับสีแดงต่างๆ ซึ่งเป็นสีแห่งโชคลาภและความเป็นสิริมงคล
-"วันไหว้" (31 มกราคม 2565)
วันสิ้นปี เป็นการจัดทำพิธีไหว้ขอพร โดยหากจะไหว้เต็มรูปแบบ จะต้องไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้ทำทานดวงวิญญาณไร้ญาติ และไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (เทพแห่งโชคลาภ)
-"วันเที่ยว" (1 กุมภาพันธ์ 2565)
วันนี้จะเป็น "วันตรุษจีน" หรือวันปีใหม่จีน ถือเป็นวันแห่งสิริมงคล วันที่จะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ที่สวยงามสีแดงสดใส จะออกเดินทางไปเป็นครอบครัวเพื่อไปไหว้ขอพรผู้ใหญ่ หรือพากันท่องเที่ยว ถือว่า วันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง บางคนก็จะไปไหว้เทพเจ้าต่างๆ ตามศาลเจ้า รวมถึงผู้ที่มีความเชื่อเรื่องปีชงและการแก้ชงก็จะไปไหว้ฝากดวงชะตากับเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย ซึ่งสามารถไหว้ได้ในช่วงวันตรุษจีนและหลังจากผ่านวันตรุษจีนไปเล็กน้อย