ที่บริเวณชั้น 1 อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 5 ก.พ.67 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำรายชื่อของข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 2 ราย มามอบให้กับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) โดยทั้ง 2 คนให้ข้อมูลการทุจริตโครงการต่าง ๆ ในกรมการข้าว และกรมฝนหลวงให้กับ นายเอกลักษณ์ วารีชล หรือ อาจารย์เอก ปากน้ำ ผู้ร่วมขบวนการรีดทรัพย์ ของ นายศรีสุวรรณ จรรยา 

โดยคนแรกเป็นเพื่อนสนิทของอาจารย์เอก มีชื่อเล่นว่า โอ ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงของกรมการข้าว อยู่ระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ไม่ขอระบุว่าถูกตรวจสอบเรื่องอะไร ซึ่งตนเองมีหลักฐานว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับอาจารย์เอกในการให้ข้อมูลเรื่องการทุจริตภายในกรมการข้าว พร้อมนำแชตไลน์หลักฐานการเจรจาระหว่างการแลกเปลี่ยนข้อมูลในกรมฝนหลวงมาให้กับสื่อมวลชนดู

อีกรายหนึ่งคือ นาย ก.เป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งอยู่เบื้องหลังรัฐมนตรีรายหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ไม่ใช่ นายธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งทำหน้าที่ชงข้อมูลกรมฝนหลวงให้ขบวนการดังกล่าวนำไปร้องเรียนที่คณะกรรมาธิการต่างๆ โดยต้องการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เชิญทั้งสองคนมาให้ข้อมูลในฐานะพยาน แต่เชื่อว่าทั้งสองจะยินดีให้ความร่วมมือ แต่ทั้งคู่จะมีส่วนร่วมในขบวนการดังกล่าวหรือไม่ ไม่ขอก้าวล่วงแต่มองว่าหากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปราบปรามการทุจริตก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า

นอกจากนี้ ยังได้นำข้อมูลการฮั้วประมูลโครงการของภาครัฐตั้งแต่ปี 2557 -256 มูลค่ากว่า 97,000 ล้านบาท ที่นาย เจ๋งดอกจิก และนายศรีสุวรรณ เคยนำไปร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการต่างๆแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของโครงการทุจริตเรื่องเรือดำน้ำ ที่หากข้อมูลชุดนี้เป็นจริงก็มองว่าจะสามารถทำให้มองเห็นขั้นตอน ขบวนการทุจริตการฮั้วประมูลได้อย่างชัดเจน และเชื่อว่าจะนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตมาลงโทษได้ โดยเฉพาะ นายบอย  ที่เป็นหัวเรือหลักในการฮั้วประมูลโครงการต่างๆของรัฐ และคนส่งข้อมูลให้อาจารย์เอก นับว่าเป็นหัวเรือหลักในการฮั้วประมูลโครงการต่างๆของรัฐ  

นอกจากนี้ ยังมีโครงการจัดซื้อจัดจ้างอาคาร 191 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ที่มีความไม่ชอบมาพากล มีข้อมูลว่า มีบุคคลสองกลุ่มในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งทางนายเจ๋งดอกจิก และนายศรีสุวรรณ จะยื่นเรื่องนี้ให้กับคณะกรรมาธิการ 2 คณะได้ตรวจสอบแล้ว แต่ภายหลังได้ถอนเรื่องออกไปทั้งสองคณะ ซึ่งมองว่ากรณีดังกล่าวน่าจะเกิดจากการเจรจากันใต้ดิน และกลุ่มขบวนการดังกล่าวได้ตกลงกันเรื่องผลประโยชน์เรียบร้อยแล้ว   

ส่วนกรณีเพลิงไหม้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น มีข้อมูลว่าห้องดังกล่าวเป็นห้องรวบรวมเอกสารของกรมการข้าวและกรมฝนหลวงเอาไว้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงในคดีรีดทรัพย์ของนายศรีสุวรรณ และยังมีเคยหลักฐานที่ระบุว่าหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในขบวนการนายศรีสุวรรณ ได้ขึ้นไปพบกับข้าราชการระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ห้องดังกล่าวอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งวัน    

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าภายหลังจากเกิดเพลิงไหม้ได้เพียง 15 นาที ก็มี โฆษกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รีบออกมาระบุถึงสาเหตุ ว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งที่ เจ้าหน้าที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้เข้าพื้นที่และตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังมองว่าเวลาที่เกิดเหตุเพลิงไหม้คือเวลา 18:00 น. ตรงนั้นเป็นการจงใจตั้งเวลาหรือไม่

นายอัจฉริยะ ยังฝากไปถึงนายเจ๋งดอกจิก ว่า ขอบคุณที่ออกมาแถลงข่าวยอมรับข้อเท็จจริงเรื่องคลิปเสียงและแชตไลน์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวจริง พร้อมแนะนำว่าการยกธูปเทียนพานกล่าวสาบาน ต่อหน้าสื่อมวลชนและโรงแรมนั้นไร้ประโยชน์ หากแน่จริงก็ให้ไปสาบานที่วัดหงษ์ จ.บุรีรัมย์ เชื่อ 7 วันเห็นผลนายเจ๋งตายแน่นอน ตนยินดีช่วยออกค่าใช้จ่ายและพร้อมไปด้วย

 

#อธิบดีกรมการข่าว #อัจฉริยะเรืองรัตนพงศ์ #กรมฝนหลวง