กรมอุตุฯ เผยฝุ่น PM 2.5 แนวโน้มยังคลุ้งสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พบ 11 จังหวัดภาคเหนือค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ เชียงใหม่ค่อนข้างวิกฤติ จุดความร้อนจากไฟไหม้ป่าเพียบทั่วพื้นที่ ยึดแนวหน้าเมืองหลักที่มีคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก และเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน 

     เมื่อวันที่ 31 มี.ค.67 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการสะสมฝุ่น PM2.5 เวลา 06.00 น. ภาคเหนือ ฝุ่นสะสมค่อนมากถึงมาก แนวโน้มยังสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยังวิกฤต จุดความร้อนยังไม่ลดลง ฝนน้อย อากาศร้อนและแห้ง ส่วน กทม.และปริมณฑล ฝุ่นยังสะสมเล็กน้อย


     ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกาะติดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมง ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอปพลิเคชัน เช็คฝุ่น เมื่อเวลา 08.00 น. พบ 11 จังหวัดทางภาคเหนือมีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีแดง ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 204.1 ไมโครกรัม เชียงใหม่ 154.8 ไมโครกรัม เชียงราย 149.6 ไมโครกรัม ลำพูน 145.5 ไมโครกรัม พะเยา 143.2 ไมโครกรัม ลำปาง 131.1 ไมโครกรัม แพร่ 109.8 ไมโครกรัม ตาก 106.4 ไมโครกรัม น่าน 105.2 ไมโครกรัม อุตรดิตถ์ 90.4 ไมโครกรัม สุโขทัย 77.8 ไมโครกรัม


     ในขณะที่อีก 19 จังหวัด มีค่าเกินมาตรฐานในระดับสีส้ม ที่เริ่มมีผลต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ กระจายโซนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ


     ขณะที่มีรายงาน สภาพตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมหนาทึบด้วยฝุ่นควันไฟป่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบางจุดสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นเหม็นไหม้ได้ด้วย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากการเกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่ที่ไม่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก โดยตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีรายงานว่าเกิดไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ด้วย ทั้งนี้ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(GISDA)ระบุว่าในรอบ 24 ชั่วโมงของวันที่ 30 มี.ค.67 พบจุดความร้อน(Hotspot) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมทั้งสิ้น 1,262 จุด อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 247 จุด ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ส่วนอันดับ 1 ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 504 จุด,อันดับ 3 ตาก 174 จุด,อันดับ 4 ลำปาง 88 จุด,อันดับ 5 น่าน 43 จุด


     โดยรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีของกรมควบคุมมลพิษที่ติดตั้งอยู่ ในตำบลช้างเผือก, ตำบลศรีภูมิ,ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่, ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม, ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว และตำบลหางดง อำเภอฮอด พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง ณ เวลา 09.00 น. วันนี้ อยู่ที่ 97.1ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 95.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 92.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 68.9ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 144.6 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ 98.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่

223,221,218,184,270 และ 224 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 100 ทั้งนี้ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและมีผลกระทบต่อสุขภาพ
     ด้าน เว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทั่วโลก เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวนี้ พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 169 US AQI และค่า PM 2.5 วัดค่าได้ 90.6 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศดังกล่าวอยู่ในอันดับที่ 3 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก ขณะที่อันดับ 1 ได้แก่ เดลี ประเทศอินเดีย ดัชนีคุณภาพอากาศ 187 US AQI และอันดับ 3 การาจี ประเทศปากีสถาน 177 US AQI