เลขาฯ ก.ค.ศ.รับเรื่องตรวจสอบทุกขั้นตอน ถูกต้องหรือไม่ ด้าน "หมอธี" แย้มได้ข้อมูลที่ไม่ชอบมาพากล ซับซ้อน ..งานนี้ไม่ธรรมดา

ที่กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 13 พ.ย.60 น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี และ น.ส.วนาลี ทุนมาก อดีตครูวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม จ.ตาก ที่ไปปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียนดังกล่าวเป็นเวลา 5 เดือน โดยไม่ได้รับเงินเดือน ต่อมาคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)ตาก มีมติไม่อนุมัติการบรรจุแต่งตั้ง ได้เดินทางเข้าพบ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์เพื่อขอกลับเข้ารับราชการครู

ครูสาวลั่นอาจพึ่งศาลปกครอง

โดย น.ส.นิราวัลย์ กล่าวว่า ตนและ น.ส.วนาลี ขอยื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรมกลับเข้ารับราชการ หรือหากช่วยให้กลับเข้ารับราชการไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอให้ชื่อคงอยู่ในบัญชีของ กศจ.สุโขทัย ต่อไป หากไม่ได้รับความเป็นธรรม เราทั้ง 2 คนอาจจะไปยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองต่อไป

เลขาฯ ก.ค.ศ.รับเรื่องตรวจสอบทุกขั้นตอน ถูกต้องหรือไม่

นายพินิจศักดิ์ กล่าวว่า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กำชับให้ดูแลเรื่องนี้ ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับนโยบายมาแล้ว แต่ในการดูแลก็ต้องตรวจสอบข้อมูล กระบวนการ ขั้นตอนที่ดำเนินการมาทั้งหมดให้ถูกต้องด้วย โดยจะต้องดูว่าลำดับที่เรียกถูกต้องหรือไม่ และดูเรื่องการทรงสิทธิ์ด้วย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของระบบราชการ และเท่าที่ได้ข้อมูลเบื้องต้นทั้ง 2 คน ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าได้มีการเรียกบัญชีไปถึงไหนแล้ว ขณะเดียวกันจากการอ่านรายงานการประชุมของ กศจ.ตาก และ กศจ. สุโขทัย ข้อมูลก็ไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นต้องมาไล่และลำดับเรื่องราวให้ตรงกันก่อน เพื่อจะมาดูเรื่องสิทธิ์ของทั้ง 2 คน ซึ่งถ้ามีสิทธิ์ถูกต้องก็ต้องได้รับการดูแลอย่างยิ่ง

โดยจะพยายามสรุปข้อมูลทั้งหมดให้ทันการประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ที่จะมีขึ้นปลายเดือน พ.ย.60 นี้ ส่วนเรื่องการเป็นครูอัตราจ้างนั้น ก็ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 คนว่า จะรับสิทธิ์หรือไม่ เพราะการเป็นครูอัตราจ้างไม่ได้ทำให้หมดสิทธิ์การเป็นข้าราชการ หากกระบวนการถูกต้อง

"เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลถ้าส่วนราชการทำผิด แต่ก็ต้องตรวจสอบรายละเอียด และต้องไปไล่บัญชีก่อนหน้าทั้ง 2 คน ถ้าการรายงานถูกต้อง ต้องตรวจสอบด้วยว่า ผู้ที่ขึ้นบัญชีก่อนหน้านี้ 20 กว่าคนไปบรรจุที่ไหน หรือมีใครละสิทธิ์บ้าง เราต้องตรวจสอบทั้งหมด ว่าโดยกระบวนการถูกต้องหรือไม่ แต่ตอนนี้เรารู้อยู่แล้วว่า มีคนทำผิดพลาดแน่นอน ส่วนจะมีช่องทางช่วยให้กลับรับราชการหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเท่าที่ดูลำดับการเรียกบัญชี ยังไม่ถึงลำดับที่ของทั้งคู่ ดังนั้นต้องมาตรวจสอบ เพราะยังไม่รู้ว่าคณะกรรมการ ก.ค.ศ.คิดอย่างไร ถ้ายังทรงสิทธิ์อยู่ก็ต้องดูแล แต่ก็ต้องตรวจสอบทั้งระบบ ซึ่งทั้ง 2 คนเองก็ยังมีข้อสงสัย ในลำดับการเรียกบัญชีผู้สอบได้ อันดับที่ 68 ของบัญชีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 38 (สุโขทัย-ตาก) เช่นกัน จึงต้องมีข้อมูลที่เพียงพอ ขณะเดียวกันยังมีประเด็นเรื่องการออกบัตรประจำตัวข้าราชการให้ ครูท้ั้ง 2 คน ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.60 ซึ่งเป็นวันที่เรียกรายงานตัว เพราะการจะออกบัตรข้าราชการได้ต้องมีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งก่อน ตรงนี้ก็ต้องตรวจสอบเช่นกัน"นายพินิจศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ทั้ง 2 คนยังไปให้ข้อมูลเพิ่มที่ สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร. ) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ด้วย ซึ่งนายวัลลพ สงวนนาม ผู้อำนวยการ สพร. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ คณะทำงานคุ้มครองสิทธิ์และเยียวยาได้ลงพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อมูล เอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาวิเคราะห์และดูว่าจะสามารถให้การดูแลและคุ้มครองสิทธิ์ ครูทั้ง 2 คน ได้อย่างไรบ้าง ขณะเดียวกันได้ประสานกับครูทั้ง 2 คน ให้ส่งมอบเอกสารต่างๆ ว่าที่ผ่านมาได้รับหนังสือคำสั่งใดบ้าง

อย่างไรก็ตาม การเก็บข้อมูลมีความคืบหน้าไปมาก แต่ไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ โดยเร็ว ๆ นี้จะสรุปข้อมูลทั้งหมดเพื่อรายงานให้ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ทราบต่อไป ซึ่งเรื่องดังกล่าว นพ.ธีระเกียรติ มีนโยบายและกำชับให้ดำเนินการดูแลเรื่องนี้

"หมอธี" แย้มได้ข้อมูลที่ไม่ชอบมาพากล ซับซ้อน ..งานนี้ไม่ธรรมดา

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานเบื้องต้น ข้อมูลยังมีความซับซ้อนกว่าที่คิด มีเรื่องของลำดับการเรียกบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งยังใช้กฎหมายเก่าที่ขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มรายวิชา และกำลังตรวจสอบความซับซ้อนของการเรียกบรรจุ ทั้งนี้ เข้าใจว่าทางผู้เกี่ยวข้อง พยายามทำตามนโยบายตน ที่จะให้ครูทั้ง 2 คนกลับเข้ารับราชการ เพราะถือเป็นความผิดของภาครัฐ แต่ทั้งหมดก็ต้องทำตามกฎหมาย ไม่ใช่รัฐมนตรีสั่งก็สามารถทำได้ทันที โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมาย เพื่อเสนอวิธีการเยียวยามาให้ตนพิจารณา

"ยอมรับว่าอาจจะมีข้อผิดพลาด มีเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล ซึ่งผมไม่ทราบ ว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ตอนนี้ผมกำลังให้สอบสวนอยู่ว่า ทำไม ผอ.สพม.38 ถึงทำแบบนั้น ไม่ต้องห่วง ไม่มีมวยล้ม เพราะผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับใครแน่นอน เรื่องนี้ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย ส่วนการเรียกบัญชีลำดับที่ 68 ของ สพม.38 นั้น ก็ต้องไปดูเช่นกัน"

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า และตอนนี้มีเรื่องที่รายงานเข้ามา ซึ่งซับซ้อน บอกได้เพียงว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา รวมถึงยังมีคนให้ข้อมูลด้วยว่า ในช่วงการบรรจุแต่งตั้ง ครูเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ตรงนี้ก็ต้องเข้าไปดู แต่ขณะนี้ตนมีสมมติฐานว่าครูไม่ผิด ถึงแม้ว่า ครูจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ฝ่ายรัฐก็ผิดอยู่ดี เพราะไม่มีสิทธิให้ใครมาบอก ให้บรรจุใครได้ ตอนนี้ก็ยังยืนยันที่จะช่วยครู แต่ก็ต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย