ตั้งเป้ารับปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ ปล่อยความล้มเหลวทางการเงินที่ผ่านมาทิ้งไป แล้วมุ่งมั่นบริหารการเงินใหม่ให้ร่ำรวย

อยากมีรถ อยากมีบ้าน อยากแต่งงาน อยากมีเงินเก็บ แต่ทำได้แค่อยากหรือเปล่า ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่วาดฝันชีวิตไว้ซะสวยหรูแต่ไม่เคยไปถึงจุดที่คิดไว้เสียทีเพราะติดปัญหาทางการเงิน ลองใช้ช่วงเวลาสิ้นปีกลับมาทบทวนว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาทำพลาดตรงไหน แล้วเริ่มต้นวางแผนการเงินใหม่อย่างมุ่งมั่นและมีวินัย ไม่ว่าใครก็สามารถพลิกสถานะทางการเงินให้กลับมามั่นคงและร่ำรวยขึ้นได้แน่นอน

เรียนรู้จากความล้มเหลว

ใครๆ ก็ชอบนำเรื่องราวความสำเร็จของคนอื่นมาเป็นไกด์ไลน์และเป็นแบบอย่าง แต่หากไม่ย้อนกลับมามองตัวเอง ก็ไม่รู้ว่ามีข้อผิดพลาดอะไรที่ควรแก้ไขบ้าง ลองสำรวจดูสิว่าเคยเผลอทำพฤติกรรมการบริหารจัดการเงินแบบผิดๆ อย่างนี้บ้างหรือเปล่า

ขาดวินัยในการออม ที่ผ่านมาใช้เงินแบบเดือนชนเดือน ไม่เคยกันเงินส่วนหนึ่งไว้เก็บ มีเท่าไรใช้เท่านั้น แล้วแบบนี้จะเหลืออะไรให้เก็บ

ปรนเปรอตัวเองตลอด อยากกินอะไรต้องกิน กินคาวไม่กินหวานไม่ได้นะ เคยลองคำนวณเล่นๆ ดูไหมว่ามื้อนึงจ่ายไปเท่าไหร่ อยากได้อะไรต้องได้ พอสิ้นเดือนก็จนกรอบ รอลุ้นว่าเงินเดือนจะเข้าบัญชีเมื่อไรจะได้กดมาใช้เสียที

เงินน่ะ! จะเก็บเมื่อไรก็ได้ จิตใต้สำนึกรู้อยู่ว่าต้องเก็บเงินเพื่ออนาคต แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อม ขอใช้เงินก่อนละกัน เครียดก็ใช้เงิน มีความสุขก็ใช้เงิน ผ่านไปวันแล้ววันเล่าสุดท้ายก็เลยไม่ได้เริ่มเก็บสักที

ใช้จ่ายเกินตัว แบรนด์เนมไหนฮิตต้องมี มือถือออกรุ่นใหม่ต้องตาม เงินไม่มีไม่เป็นไร มีบัตรเครดิตก็รูดไปก่อนสิ สมัยนี้ใครเขามีบัตรเครดิตใบเดียวกันล่ะ ต้อง 2-3 ใบสิ ดึงสติกลับมาอีกทีก็หนี้ท่วมหัว ถ้าไม่ประมาณค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายรับที่ได้ ก็กลายเป็นหนี้ง่ายๆ เหมือนกัน

ไม่หาความรู้เรื่องการเงินไว้เลย ทำไมต้องรู้ล่ะ เงินก็คือเงินไง เงินมีไว้ซื้อของ ไว้ใช้จ่าย หากรู้แค่วิธีหาเงินแต่ไม่รู้ว่าจะใช้เงินให้ถูกวิธีได้อย่างไร ก็ไม่มีวันรวย


เริ่มวางแผนการเงินทันที

เมื่อเรียนรู้จากข้อผิดพลาดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้การเงินล้มเหลวไม่เป็นท่า ก็ถึงเวลาที่จะเริ่มวางแผนการเงินเสียที เพราะการวางแผนทางการเงินจะทำให้คุณกลับมาทบทวนถึงสถานะทางการเงินของตัวเอง แจกแจงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็น สามารถจัดแจงแบ่งสัดส่วนเพื่อการออมหรือการลงทุน คำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีได้ แค่นี้ก็พอเห็นภาพแล้วว่าจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มวางแผนการเงินไปพร้อมๆ กันเลย

1. สำรวจความต้องการและวางเป้าหมายให้ชัดเจน ความต้องการนั้นมีทั้งการให้รางวัลตัวเอง อย่างคนที่ชอบท่องเที่ยว ทริปแสงเหนืออาจจะเกินตัวไป งั้นลองมองทริปประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม ก็น่าสน ใช้แบงค์พันไม่กี่ใบก็ไปได้แล้ว หรือคนที่ตั้งเป้าหมายอยากซื้อบ้าน แต่งงาน เก็บเงินสร้างครอบครัว ก็ต้องเตรียมตัววางแผนให้พร้อม แต่ละคนมีทั้งเป้าหมายระยะสั้นและเป้าหมายระยะยาวไม่เหมือนกัน เมื่อชัดเจนกับตัวเองแล้วก็จะรู้ว่าต้องเริ่มทำอะไรเพื่อให้สำเร็จตามความต้องการนั้น

1. วิเคราะห์สถานะทางการเงินของตัวเอง เริ่มจากสำรวจรายรับว่ามาจากแหล่งไหนบ้าง ค่าจ้าง เงินเดือน รายได้พิเศษ ดอกเบี้ย หรือเงินปันผลต่างๆ จากนั้นจึงแบ่งค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนว่านอกจากรายจ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนสินค้า ค่าประกัน ฯลฯ อีกเท่าไร รายรับเพียงพอต่อรายจ่ายไหม ติดลบหรือไม่ แต่ละปีต้องเสียภาษีเท่าไร

2. กำหนดสัดส่วนบริหารจัดการเงินอย่างเหมาะสม เมื่อเห็นสถานะทางการเงินของตัวเองแล้วจะสามารถกำหนดสัดส่วนตามลำดับความสำคัญได้ง่ายขึ้น เริ่มจากจัดสรรเงินสำหรับรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริการต่างๆ ค่าผ่อนชำระ

จากนั้นจึงกลับมาดูว่ายังมีเหลือเท่าไร สามารถกันส่วนสำหรับเก็บออมและซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้อีกไหม การกำหนดแบบนี้เป็นการจำกัดค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนให้เพียงพอตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยอุดการรั่วไหลของเงินในกระเป๋าและลดการจับจ่ายฟุ่มเฟือยได้มาก

3. ปรับแผนให้เข้ากับการใช้ชีวิต ถ้าหากว่าแผนที่วางไว้ไม่เข้ากับการใช้ชีวิตจริงก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมได้ หรือถ้าแผนที่วางไว้ดีอยู่แล้ว ก็สามารถปรับแผนเพื่อเก็บออมหรือลงทุนเพิ่มความมั่นคงทางการเงินได้เสมอ เรื่องหุ้น เรื่องกองทุนอาจจะยังไม่คล่อง งั้นลองมองหาบัญชีเงินเก็บเพื่อออม ที่ให้ผลตอบแทนสูง แถมยังคล่องตัว ฝากถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีขั้นต่ำ อย่างเช่น ME by TMB ที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปถึง 4.5เท่า ก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

4. ลงมือทำตามแผนอย่างมีวินัย สิ่งสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ก็คือการลงมือทำจริง เพราะถ้ามีแผนการเงินไว้เฉยๆ แต่ไม่ทำสิ่งที่วาดฝันไว้ก็ไม่มีวันเป็นจริง

การวางแผนทางการเงินไม่ใช่เรื่องยาก ลองบอกตัวเองดังๆ เขียนติดผนังห้องไว้ให้จำขึ้นใจว่า ปีนี้ฉันจะต้องรวย! ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้เงินที่มีอยู่งอกเงยขึ้นได้ แค่คุณมีความมุ่งมั่น เป้าหมายอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน