รมช.เกษตรฯ เดินสายมอบนโยบาย กรมส่งเสริมสหกรณ์ ปรับตัวสมาชิกสหกรณ์ 11.4 ล้านราย สู้ตลาดค้าขายออนไลน์ระดับโลก สั่งทำแผนบูรณาการภาคเกษตร ตามโมเดล 4T สอดคล้องกับพระราชดำรัสในหลวง ให้เข้าถึงประชาชน หากทำแบบเหมารวมการพัฒนาไม่เกิด

วันนี้ (14 ธ.ค.60) นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยม พร้อมมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร และข้าราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยมีนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมให้การต้อนรับ ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพฯ

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้ปฎิรูประบบสหกรณ์เร่งทำแแผนใหม่ เพื่อพัฒนาสมาชิก 11.4 ล้านรายทั่วประเทศ และสหกรณ์ กว่า 8 พันแห่ง ทำข้อมูลจัดทำเป็นกลุ่มจำแนกที่เข้าไปดำเนินการ โดยต้องเป็นรายพื้นที่ อย่าทำโครงการแบบเหมารวมทั้งหมด

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร

"ผมให้ทำแผน 4T เช่น จัดกลุ่มเกษตรกร กำหนดพื้นที่ วางเป้าหมายให้ชัดเจน นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาดำเนินการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งทุกงาน ต้องเข้าถึงประชาชนและคิดอย่างลึกซึ้ง เป็นขั้นตอน ห้ามข้ามขั้นตอน ทำตามลักษณะภูมิสังคม ถ้าทำเหมารวม ไม่มีอะไรพัฒนาได้ โดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกฯสมคิด ได้สั่งให้ผมทำให้คนในกระทรวงเกษตรฯเข้าใจงานพระราชดำริ 5 เรื่อง ผมได้เขียนไว้เป็นหลักสูตร ในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ท่านนายกฯ นำไปอ่านและไปพูดทั่วประเทศ"นายวิวัฒน์ กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการทำแผนบูรณาการภาคเกษตร โดยต้องคิดดึงคนรุ่นใหม่ให้มาทำเกษตรไปอยู่ชนบทมากขึ้น เพราะปัจจุบันภาคเกษตรมีแต่คนแก่ เขียนแผนดีอย่างไรก็ไม่มีคนทำ ต้องดึงวัยรุ่นมาช่วยเรา มีแผนปรับตัวการค้าเกษตรสู่ระบบออนไลน์ให้ได้ ไม่งั้นไม่รอด ต้องปรับตัวให้สมาชิกสหกรณ์ กว่าแสนคนเข้าไปสู่ขายค้าในระบบใหม่ วันนี้ตลาดออนไลน์ต่างประเทศ อย่างอาลีบาบา มาเปิดฐานใหญ่ที่ประเทศมาเลเซีย ดูดเงินจากคนไทยไปมาก ซึ่งต้องดันเป้าหมายของสหกรณ์การเกษตรไทย ทำสินค้าส่งออกให้ได้แข่งขันกับระบบค้าขายข้ามโลกสิ่งสำคัญทำให้สหกรณ์ เข้มแข็งถ้าไม่แข็ง ต่างประเทศ ก็มาดูดเงินจากกระเป๋า และกำหนดพื้นที่ เร่งลงไปปฎิรูปสหกรณ์หลายแห่งไปไม่รอด ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีการใช้เทคโนโลยีของภาคเกษตร ไม่ทันสมัยต้องปรับปรุงอีกมาก เช่น แผนที่ Agri Map ที่กรมพัฒนาที่ดิน ทำไว้กว้างมากเกินไป ไม่ตอบโจทย์เชิงธุรกิจ นำไปใช้ไม่ได้ การพัฒนาของเอกชน ไปไกล มากกว่าเป็น 100 เท่า ซึ่งต้องเอาคนรุ่นใหม่มาพัฒนาโปรแกรมภาคเกษตรทั้งระบบ

ด้าน นายพิเชษฐ์ วิระยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรฯ สั่งการเร่งด่วน ไปดูแผนทุกกรมดูแลร่วมกัน จะนัดมาทำแผน ไม่เกินสองสัปดาห์ ออกมาเป็นรูปธรรม ขับเคลื่อนบูรณาการภาคเกษตรทั้งระบบ โดยมีการกำหนดทาเก็ตกรุ๊ปเก็ต ไทมมิง เทคโนโลยีดิจิตอลสมัยใหม่ ให้เห็นเป้าหมายชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมกับกำชับให้ทุกหน่วยงานลงไปดูแลประชาชน 3 ลุ่มน้ำเช่นลุ่มน้ำ ป่าสัก 7 จังหวัด ลุ่มน้ำห้วยโสมง 1 จังหวัด ลุ่มน้ำน่าน 2 จังหวัด ไปช่วยเหลือยกระดับรายได้เกษตรกร ให้สหกรณ์เข้มแข็ง รอบรับ ผลผลิต และหาตลาด