จากรายงานเศรษฐกิจของภูเก็ต The Phuket Report: Economy in Transition โดย C9 Hotelworks (ซีไนน์ โฮเทลเวิร์กส) ระบุ ว่า การฟื้นฟูและการเติบโตอย่างรวดเร็วของเกาะภูเก็ตหลังวิกฤตการแพร่ระบาดนั้น ส่งผลให้สนามบินภูเก็ตมีผู้โดยสารหลั่งไหลเข้ามาถึง 10.1 ล้านคน ภายในเดือนกันยายน 2566 ซึ่งชี้ตัวเลขที่จะทำลายสถิติภายในสิ้นปี 2566 นี้

ในขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น จนปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 27,508 ล้านบาท ด้วยฟันเฟืองด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาล 9 แห่ง โรงเรียนนานาชาติ 13 แห่ง ห้างสรรพสินค้า 8 แห่ง ค่ายนาวิกโยธิน 4 แห่ง สนามกอล์ฟ 6 แห่ง และชายหาด 26 แห่ง ซึ่งดึงดูดผู้ซื้อจากทั่วโลกให้มายังภูเก็ต นอกจากนั้น การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ ตลาดดีมานด์ที่นำโดยรัสเซีย จีน อินเดีย และยุโรป ไม่ได้ซื้อเพื่อการลงทุนเหมือนที่ผ่านมา แต่ซื้อเพื่อในการย้ายที่อยู่อาศัย เนื่องจากครอบครัวต่าง ๆ มองหาชีวิตที่ดีขึ้น  

 

ดังนั้นภายใต้ตลาดที่มีพลวัต ‘Gardens of Eden’ ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการพัฒนาอสังหาฯ ขนาดใหญ่บนทำเลที่ดีเยี่ยมที่สุดของภูเก็ต และกล้าที่จะพัฒนาโครงการที่มีความยั่งยืน ที่ที่ ธรรมชาติ คือความหรูหราเหนือกาลเวลาที่แท้จริง โดยกลุ่มบริษัทอมอล (Amal Group of Companies) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ระดับนานาชาติ ได้เปิดตัว Gardens of Eden  (การ์เด้น ออฟ อีเดน) มิกซ์ยูสระดับลักชัวรี่แลนมาร์คแห่งล่าสุดบนเกาะภูเก็ต บนหาดบางเทา ย่านเชิงทะเลทำเลทองของภูเก็ต ครอบคลุมพื้นที่กว่า 73 ไร่ ชูคอนเซปต์ ชีวิตสีเขียว ด้วยพื้นที่ธรรมชาติกว่า 70% ของโครงการ ด้วยเงินลงทุนถึง 11,000 ล้านบาท หรือประมาณ 315 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนทิศทางการเติบโตของภูเก็ต จุดหมายปลายทางการอยู่อาศัย ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวอันหรูหราแห่งใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีจากธรรมชาติในภูเก็ต

กำหนดมาตรฐานการพัฒนาใหม่

ทั้งนี้ นายมาร์ติน พัลเลอรอส สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการสร้างสรรค์ผลงานโรงแรม รีสอร์ท และที่พักอาศัยระดับโลกทั่วโลก กล่าวว่า  ภายในปี 2593 ประมาณ 70% ของประชากรโลกจะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมในเมืองที่ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คน ดังนั้นทางทีมงานของการ์เด้น ออฟ อีเดน จึงจำเป็นต้องคิดใหม่เกี่ยวกับการออกแบบเมืองที่ยั่งยืนในอนาคตเพื่อให้แน่ใจว่าเมืองเหล่านั้นน่าอยู่มากขึ้น โดยจะเป็นโครงการแรกในภูเก็ต และเป็นหนึ่งในโครงการไม่กี่โครงการในโลกที่กำหนดมาตรฐานการพัฒนาใหม่นี้ มันจะเป็นประสบการณ์การใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดื่มด่ำอย่างเต็มที่

โดย นายพัลเลอรอส กล่าวว่า ภายในอาณาจักร Gardens of Eden จะปลูกต้นไม้พื้นเมืองมากกว่า 1,000 ต้น และจัดสรรพื้นที่ 70% เป็นพื้นที่สีเขียว สวนแนวตั้งซึ่งจะออกแบบแนวไบโอฟิลิก (Biophilic Design) ประกอบด้วยสวนออร์แกนิก สระน้ำลากูน ทะเลสาบ สนามเด็กเล่น เส้นทางวิ่งและปั่นจักรยาน ห้องอาบน้ำออนเซ็น และพื้นที่นวดกดจุด ร้านอาหาร ร้านค้าบูติก สปา ห้องออกกำลัง บริการต้อนรับ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ซึ่ง Eden Residences อีเดน เรสซิเดนเซส จะเป็นเฟสแรกและเป็นจุดเริ่มต้นของ Gardens of Eden ซึ่งจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างชายหาดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของภูเก็ต ก่อนที่จะข้ามคลองไปยังสวนอันรื่นรมย์ของโครงการฯ สำหรับเฟสที่ 1 เป็นอะพาร์ตเมนต์สุดหรูจำนวน 141 ยูนิต ในอาคาร 4 ชั้น ขนาดเริ่มต้น 75 ตารางเมตร (PSM) เพดานสูง 3 เมตร และยูนิตชั้นบนสุดพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ใช้วัสดุธรรมชาติที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี เช่น ไม้ที่มีคาร์บอนเป็นลบ และหินแกรนิตที่มาจากในท้องถิ่น มียอดขายแล้วทั้งหมด 30% จากการ Pre-sale ประมาณ 20%ของ 141 ยูนิต ราคาอยู่เริ่มต้น 220,000 บาทต่อตร.ม. ถึง 350,000 บาท มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม  2569

เป็นโครงการที่โดดเด่นในภูเก็ต

ด้าน นายราวี จันดราน หัวหน้าฝ่ายกิจการองค์กร  กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่สำคัญสำหรับภูเก็ตและบางเทา ความต้องการการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่กว้างขวางในทำเลที่ดีเยี่ยมมีสูงมาก เนื่องจากครอบครัวต่าง ๆ ทั่วโลกย้ายมาอยู่ที่เกาะนี้ Gardens of Eden จะสร้างผลกระทบต่อตลาดและมีส่วนสนับสนุนเชิงบวกต่อการพัฒนาสีเขียวของเกาะโดยรวม

สำหรับ Eden Residences   เป็นองค์ประกอบที่อยู่อาศัยของโปรเจกต์ Gardens of Eden ซึ่งเป็นคอมเพล็กซ์ไลฟ์สไตล์ครบวงจรที่มีพื้นที่ 106,000 ตารางเมตร นับเป็นโครงการที่โดดเด่นในภูเก็ต โดยมีพื้นที่ใช้สอยเพียง 30% ของพื้นที่ทั้งหมด ขณะที่อีก 70% เป็นพื้นที่สีเชียวและสันทนาการ คอมเพล็กซ์แห่งนี้จะมีความพิเศษด้านสุขภาพและการต้อนรับ อาทิ สปาและศูนย์สุขภาพ ร้านอาหารและบาร์ ร้านบูติกไลฟ์สไตล์ พร้อมพื้นที่สีเขียว เช่น สวนสาธารณะ และสระว่ายน้ำลากูน

ซึ่ง Gardens of Eden ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์เพียง 5 นาทีไปยังภูเก็ตโบ๊ทลากูน  ท่าจอดเรือและหมู่บ้านวิถีชีวิตทางทะเลเต็มรูปแบบแห่งแรกของประเทศไทย และ 30 นาทีโดยรถยนต์จากสนามบินนานาชาติภูเก็ต 30 นาทีจากโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เป็นโครงการที่ดำเนินการโดย Amal Group ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นโดยมีโครงการมากกว่า 100 โครงการ และพื้นที่ที่สร้างแล้วเสร็จมากกว่า 500,000 ตารางเมตรในพอร์ตโฟลิโอ