“พปชร.”เสนอ 4 รายชื่อ ผู้เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีในโควตาพรรคให้”นายกฯ“แล้ว “ไผ่ ลิกค์”ติดโผอันดับหนึ่ง ตามด้วย“อรรถกร-อนันต์-ชัยวุฒิ”สำรอง ด้าน”เศรษฐา”โบ้ยยังไม่ได้รับรายชื่อโควตา”พปชร.” แย้มไทม์ไลน์ปรับครม.อยู่ที่ความเหมาะสม เมินตอบนั่งควบกลาโหม ยันโผไม่แกว่ง ทุกอย่างนิ่ง "ประเสริฐ"บอกสบายใจ "เพื่อไทย" ไร้แรงกระเพื่อม ขณะที่ "ทวี" พร้อมให้ตรวจสอบหลัง"หมอวรงค์"ร้อง”ปปช.”เอาผิดคนช่วย"ทักษิณ"ป่วยทิพย์ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 เม.ย.67 ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้เข้าพบ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง บนตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้น  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอรายชื่อรัฐมนตรีในส่วนของโควตาพรรคที่ว่าง 1 ตำแหน่ง ว่า เราได้ส่งรายชื่อ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 และทางพรรคก็ได้ส่งรายชื่อสำรองไป 3 รายชื่อเรียบร้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ได้ส่งรายชื่อไปเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็ตามที่เป็นข่าว ก็แล้วแต่นายกฯ เมื่อถามว่า 3 รายชื่อสำรองมีใครบ้าง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ขอให้ถามนายกฯ เมื่อถามย้ำอีกว่า ส่งรายชื่อไปเรียบร้อยทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร.ส่งรายชื่อไปหลายวันแล้ว เมื่อถามว่า ส่งรายชื่อไปแล้วก็ต้องไปเลือกกันอีกทีใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมมนัส กล่าวว่า ”มันต้องเอาไผ่เป็นคนแรกก่อน“


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 3 รายชื่อสำรองของพรรคพปชร.ได้แก่ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา ,นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 3 และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพปชร.


นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความชัดเจนในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังจากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ระบุว่าส่งรายชื่อแล้ว ว่า “เหรอครับ ไม่ทราบ” ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพปชร. ระบุส่งให้นายกฯ แล้ว นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็ต้องถามท่าน


เมื่อถามว่า นายกฯ ยังไม่ได้รับรายชื่อใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ยังไม่ได้รับครับ” เมื่อถามว่า ไทม์ไลน์ในการปรับครม.ที่ดีที่สุดเป็นช่วงเวลาไหน หรือรอหลังร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี68 ผ่าน นายกฯ กล่าวว่า เมื่อมีความพร้อมที่เราจะต้องปรับเพื่อที่จะดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชน เมื่อถามว่า ต้องสอดรับกับงบประมาณของประเทศหรือไม่ จะได้จัดทีมให้ไปด้วยกัน นายกฯ กล่าวว่า “ไม่จำเป็นครับ”


ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับครม.มีโอกาสเลื่อนไปอีก 2 เดือน หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เมื่อไหร่มีความเหมาะสม พวกท่านก็ทราบเอง เมื่อถามว่า มีโอกาสที่นายกฯ จะดำรงตำแหน่งนายกฯ เพียงตำแหน่งเดียวไม่ควบกระทรวงใดหรือไม่ นายเศรษฐา ไม่ตอบคำถาม ได้แต่นิ่ง และยิ้มให้สื่อมวลชน ก่อนจะระบุแค่ว่า “คำถามต่อไปครับ” เมื่อถามว่า โผครม.ยังไม่นิ่ง ยังแกว่งจะนั่งควบรมว.กลาโหมหรือไม่ นายกฯ หัวเราะ ก่อนจะตอบว่า “ไม่มีแกว่งครับ ทุกอย่างนิ่งแล้วครับ ไม่มีอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมได้บอกไป ถึงเวลาปรับเดี๋ยวก็ปรับนะครับ” เมื่อถามอีกว่า ไทม์ไลน์ตอนนี้ยังไม่เหมาะสมใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “เปล่าครับ ไม่ได้บอกอย่างนั้นนะครับ ผมบอกถึงเวลาปรับก็จะปรับ”
นายประเสริฐ จันทรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงแรงกระเพื่อมการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทย ว่า ไม่มีขอให้สบายใจได้ แต่ส่วนตัวยังอยู่ พร้อมย้ำว่าไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค และยืนยันว่า ตนรู้จักส.ส.ภายในพรรคทุกคน เพราะเคยเป็นอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ส่วนที่มีชื่อน.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ที่จะมานั่งเป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์นั้น น.ส.จิราพรก็เป็นส.ส.มาถึง 3 สมัย ส่วนโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยในสัดส่วนของภาคอีสานยังมีอยู่หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบเพราะการปรับครม.ขึ้นอยู่กับนายกฯ ท่านคงมีเหตุผลหลายอย่างในการปรับหรือไม่ปรับ


นายประเสริฐ ยังกล่าวด้วยว่า ไม่ขอวิจารณ์ในกรณีที่มีชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเพื่อไทยถูกปรับออก เมื่อถามว่าเรื่องการปรับครม.ควรจบหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีทำงานกันอย่างหวาดระแวง นายประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายกรัฐมนตรีเอง


พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการปรับครม.ว่า นายกฯ ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้ ส่วนที่ว่าจะรออีก 2 เดือน หรือไม่นั้น ต้องรอถามนายกฯ และที่ร.อ.ธรรมนัสเสนอชื่อ 4 รัฐมนตรีของพรรคพปชร.โดยมีชื่อ นายไผ่ ลิกค์ ด้วยนั้น เรื่องนี้ต้องถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ซึ่งจะตอบเรื่องนี้ได้ชัดเจนกว่า เมื่อถามว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ยังแน่นหนึบกันอยู่ใช่ไหมจึงไม่มีรายชื่อปรับครม. พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า “ปึ๊ก”


ส่วน นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษานายกฯ เปิดเผยถึงกรณีมีชื่อเป็นรัฐมนตรี ว่า วันนี้ต้องให้กำลังใจนายกฯ เพราะได้รับการบอกกล่าวมาหลายทางว่าให้ตนมาให้กำลังใจในเวลานี้ ให้ท่านมีสมาธิในการทำงาน ในส่วนของตนนั้น นายกฯได้มอบหมายงานให้ทำอยู่แล้วก็ยังมีความสุขในการทำงาน ไม่อยากคิดอะไรตรงนี้ เพราะเป็นคนทำงาน อยู่ตรงไหนก็สามารถทำงานได้หมด และขอให้เกียรติและให้กำลังใจกับรัฐมนตรีทุกคนที่ยังทำงานอยู่ ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ


ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับครม.ครั้งนี้ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมหรือไม่ นายพิชิต กล่าวว่า รอให้นายกฯพูดดีกว่า เพราะเป็นอำนาจของท่าน ทั้งนี้ที่ต้องให้กำลังใจนายกฯ นั้นไม่เกี่ยวกับแรงกระเพื่อม หรือการปรับ ครม. แต่เป็นการให้กำลังใจในเรื่องการทำงานมากกว่า เพราะนายกฯ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงาน หรือมีข่าวอะไรที่อาจจะเกิดผลกระทบกับท่าน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชาติมีความชอบธรรมที่จะได้รัฐมนตรีอีก 1 ตำแหน่ง  ว่า เราไม่ได้พูดถึงขนาดนั้น ซึ่งตามกฎเกณฑ์แล้วเราได้โควตาเพียงคนเดียว และได้สื่อไปในทำนองว่าถ้าเรามีโอกาส ในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเราได้สส.มากขึ้น เพราะภาคใต้เป็นพื้นที่ที่เราอยากให้มีคนดูแล โดยเฉพาะคนที่รู้พื้นที่ดี ซึ่งประชาชาติ มีสส.เขต ที่คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่เลือกมา และในฐานะที่มาร่วมรัฐบาลนี้ จึงเห็นว่าสส.จะได้สะท้อนปัญหาของประชาชนได้ เราไม่ได้พูดว่าต้องได้มาอีกหนึ่งตำแหน่ง เพราะพรรคที่มีส.ส. มากกว่าประชาชาติ คือพรรคชาติไทยพัฒนา เราก็ต้องเคารพในการกติกาตรงนี้ ด้วย


ส่วนกรณีกรณีที่ถูก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ยื่นป.ป.ช.ตรวจสอบการช่วยเหลือ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ป่วยทิพย์ ไม่ต้องติดคุก ซึ่งเอาผิดถึงรมว.ยุติธรรมด้วยนั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงแล้ว ซึ่งร้องเรียนกันมาหลายรอบแล้ว คงไม่มีอะไร ขอให้เป็นหน้าที่ของป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางเข้ามาตรวจสอบ


ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีโดนคดีด้วยไม่ได้กังวลอะไรใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะร้องได้ ก็คงต้องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ และถือเป็นเรื่องธรรมดาในการทำงาน แต่ขอยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการกระทรวงยุติธรรม และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด


"ถ้าอะไรที่กฎหมายไม่เขียนให้เราทำได้ เราก็จะไม่ทำ และถึงแม้ทำได้ เราก็จะต้องดูความเหมาะสม ส่วนใครที่สงสัยก็ยื่นเรื่องไปที่ ป.ป.ช. ก็สามารถถูกตรวจสอบได้อยู่แล้ว" พ.ต.อ.ทวี กล่าว


เมื่อถามว่า ที่นพ.วรงค์ใช้คำแรงกับรัฐมนตรีที่ออกมาบอกให้ไปเอาผิดกับรัฐบาลชุดที่แล้วที่ออกกฎหมายมาแบบนี้ว่ารัฐมนตรีอ่านกฎหมายไม่ดีนั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า กรณีนี้เป็นกฎหมายที่ต่อเนื่องกันมา เพียงแต่ที่ตนพูดไปนั้น ยังไม่รู้รายละเอียด แต่ทราบว่าทางกรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาชี้แจงแล้วในประเด็นต่างๆ ซึ่งรายละเอียดอยู่ที่ดุลพินิจของ ป.ป.ช. ส่วนตัวยินดีให้การตรวจสอบ ถือเป็นเรื่องที่ดี ถ้ามีการสงสัย และจะมีหน่วยงานกลางเข้ามาตรวจสอบ และก่อนหน้านี้ ทราบว่าเคยให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบมาแล้ว ซึ่งนพ.วรงค์ ก็พูดเองว่า ผู้จัดการแผ่นดินได้ยุติการสอบเรื่องนี้ไปแล้ว

เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมเสียขวัญหรือไม่ที่ถูกร้อง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่เสียขวัญ ถ้าเราไม่ทำตามกฎหมาย หรือ เราทำตามอำเภอใจ ก็เป็นอีกเรื่อง ดังนั้นยืนยันว่า เราไม่สามารถ ทำตามอำเภอใจของใครได้ เราต้องทำตามกฎหมายเท่านั้น